หนุน ม.44 เว้นโทษผู้ให้สินบน หวังแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น – วิธีแก้ปัญหาของคนตาบอด

0

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาเปิดเผยภายหลังจากที่ได้หารือ แนวทางในการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ กับผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงการคลัง พร้อมกับพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยที่ประชุมในวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านได้เสนอกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลกฎหมายที่เกี่ยวข้องการคอร์รัปชั่น ให้มีการแก้ไขกฎหมายโดยให้ระบุว่า การกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นจะไม่มีการกำหนดอายุความ และสามารถรื้อฟื้อคดีมาพิจารณาย้อนหลังได้ ประกอบกับการเสนอให้มีการละเว้นโทษทางอาญากับผู้ที่เคยให้สินบน กับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่เคยให้สินบนออกมาเปิดเผยความจริง โดยเห็นว่านายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สามารถที่จะเร่งดำเนินการแก้ไขกฎหมายโดยเร็วที่ได้ด้วยการใช้ อำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้กล่าวถึงกรณีการเสนอให้มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งเชื่อว่าเป็นแนวทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการติดสินบนได้ เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันที่บังคับใช้อยู่กำหนดให้ผู้ให้สินบนและผู้รับสินบนมีความผิดทั้งคู่ จึงทำให้เกิดการร่วมมือกันปกปิด จนทำให้ไม่สามารถหากหลักฐานมาลงโทษคนผิดได้ แต่หากมีการเปิดช่องทางดังกล่าว จะทำให้คนกล้าออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเรื่องเหล่านี้ยังคงอยู่ในสถานะของไอเดียลอยฟุ้ง ที่รอการนำเข้าไปพูดคุยกัยคณะกรรมการ ป.ย.ป. อีกครั้งหนึ่ง
ฟังดูเหมือนจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดี แต่มองให้ลึกลงไปกว่านี้ นี่อาจจะเป็นเพียงข้อเสนอที่จับต้นชนปลายไม่ถูก และไม่ได้รู้จักปัญหาการคอร์รัปชั่นอย่างดีพอ โดยเฉพาะการติดสินบนของเจ้าที่รัฐ ร่วมทั้งรัฐวิสาหกิจ เมื่อย้อนดูความหมายของคำว่า สินบน พบว่าหมายถึง ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลเพื่อจูงใจให้ผู้นั้นกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ฉะนั้นจุดเริ่มต้นของการเกิดสินบนมาจากการอำนาจหน้าที่ และความสามารถในการใช้ดุลพิจนิจต่อการกระทำหรือไม่กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหน้าที่รัฐ
รากเหง้าปัญหาของสินบนไม่ได้ตั้งอยู่บนเรื่องการเอาผิดใคร ไม่เอาผิดใคร หรือเว้นโทษใครสักคนเพื่อเอาผิดอีกฝ่ายหนึ่ง การให้สินบนจะประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อทั้งฝ่ายต่างเห็นดีเห็นงามในผลประโยชน์ต่างตอบแทน ฉะนั้นสินบนจึงเป็นการร่วมกันกระทำความผิด ไม่อาจเกิดขึ้นจากตบมือเพียงข้างเดียว แต่ในบางกรณีก็อาจจะมีการบังคับให้สินยอมจ่ายสินบน แต่การละเว้นโทษคนที่ยอมให้สินบนเองก็ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
และเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ได้เปิดเผย ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันโลกปี 2016 จัดอันดับ 176 ประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้ประเทศได้คะแนอยู่ที่ 35 คะแนน ลดลงจากปีก่อน 3 คะแนน ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 101 ขณะที่ในปี 2016 อยู่ที่อันดับ 76
โดยในรายงานดังกล่าวระบุถึงสาเหตุปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยถูกปรับลดคะแนนลงว่า มาจากผลสืบเนื่องจากความยุ่งเหยิงทางการเมือง การปราบปรามของรัฐบาล การขาดการกำกับดูแลจากองค์กรที่เป็นอิสระ และสิทธิที่ถดถอย ซึ่งกัดกร่อนความมั่นใจของสาธารณชนในประเทศสำหรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทย ซึ่งมุ่งโฟกัสในเรื่องปราบคอร์รัปชัน แต่ก็ปกป้องอำนาจของกองทัพและรัฐบาลที่ไม่อาจตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังกร่อนเซาะกระบวนการคืนอำนาจไปสู่รัฐบาลพลเรือนประชาธิปไตย
ฉะนั้นแล้วการจะแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่นไม่อาจสำเร็จได้ง่ายด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศละเว้นโทษทางอาญากับผู้ที่ออกมายอมรับและเปิดข้อมูลว่า ตนเคยให้หรือได้รับสินบนจากใคร อุปสรรคที่แท้จริงของการจัดการปัญหาการคอร์รัปชั่นอยู่ที่การผูกขาดอำนาจ ไม่มีองค์กรที่เป็นอิสระ ที่จะสามารถเข้าไปตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐอย่างจริงจัง และเป็นระบบ อีกทั้งการคอร์รัปชั่นผูกโยงอยู่กับอำนาจ และอำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็ยิ่งส่งเสริมการคอร์รัปชั่นมากขึ้นเท่านั้น การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นที่ดีที่สุดคือการพลักดันให้ประเทศก้าวเดินสู่ระบอบประชาธิปไตย ที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการเข้าตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งนักการเมืองโดยปราศจากบรรยากาศของความกลัวเมื่อที่เกิดขึ้นกว่า 3 ปีที่ผ่านมา
สฤณี อาชวานันทกุล เองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ศึกษาประเด็นเรื่องการจัดการคอร์รัปชั่น และเธอเคยเขียนบทความเรื่อง วิธีบรรเทาปัญหาคอร์รัปชั่น ลงในเว็บไซต์ Thaipublica โดยตอนหนึ่งระบุถึงการแก้ไขปัญหาสินบนว่า หากจะจัดการแก้ปัญหาให้ได้ผล กฎหมายและกลไกต่างๆ จะต้องสะท้อนหลัก “ผู้ให้สินบนผิดเท่ากับผู้รับสินบน” และควรต้องเอาผิดองค์กรของผู้ให้สินบนด้วย ในโทษฐานที่ไม่ใส่ใจในกลไกตรวจสอบและป้องกันคอร์รัปชั่นขององค์กรเอง ยกเว้นจะพิสูจน์ได้ว่าองค์กรมีกระบวนการป้องกันที่เพียงพอแล้ว แม้ว่าประเทศไทยจะยังไปไม่ถึงขั้นประเทศอังกฤษในเรื่องการรับผิดชอบร่วม แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมคือ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้ หรือผู้รับก็ควรมีภาระรับผิดเสมอกัน
ฉะนั้นการยกโทษให้คนใดคนหนึ่ง เพื่อให้บอกความจริง และเอากับอีกคนโทษ จะสะท้อนให้เห็นว่า องค์กรอิสระ หรือประชาน หมดปัญญาที่จะตรวจการคอร์รัปชั่นอย่างชัดเจน ต้นต่อปัญหาหลักๆ ก็เป็นเพราะ อำนาจในการตรวจสอบไม่ได้อยู่ในมือของประชาชน ท้ายสุด หากว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้นๆมีความโปร่งใส่ และมีความเป็นประชาธิปไตยมาน้อยเพียงใด คำถามคือ รัฐบาล สนช. สปท. คณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ที่ออกมาพูดเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่น มีที่มาในส่วนใดที่ยึดโยงกับประชาชนบ้างหรือไม่ ปฏิเสธได้หรือว่าพวกท่านทั้งหลายต่างก็คอร์รัปชั่นอำนาจของประชาชน มานั่งกินเงินเดือนภาษีของประชาชนเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง
‘เสรี’ หนุนข้อเสนอ ‘คลังหลวง’ ใช้ ม.44 เว้นโทษคนให้สินบน http://www.thairath.co.th/content/851844
ชง ม.44 ปราบคนโกงบ้านโกงเมือง http://www.thairath.co.th/content/850017
ปมประชามติไม่โปร่งใสฉุดไทยร่วงอันดับที่ 101 ดัชนีคอร์รัปชันโลก 2016 http://prachatai.com/journal/2017/01/69780
วิธีบรรเทาปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างยั่งยืน http://thaipublica.org/2015/12/real-corruption-reduction/
Corruption Perceptions Index 2016 https://www.transparency.org/news/feature/corruption_perceptions_index_2016

Share.

About Author

Comments are closed.