โอ้ละพ่อทหาร??? ธุรกิจร้านอาหารปิดตัวกว่า 2,300 แห่ง เซ่นพิษเศรษฐกิจทิ้งดิ่ง

0

 

 

ยังคงเป็นประเด็นต่อเนื่องสำหรับปัญหาเศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก ตั้งแต่เศรษฐกิจฐานล่างไปจนถึงเศรษฐกิจมหภาค โดยที่เรามีรัฐบาลทหารครองอำนาจกว่า 3 ปี การแก้ปัญหาเศรษฐกิจคงเป็นเรื่องที่ดูจะลดอำนาจและความชอบธรรมของรัฐบาลทหารเป็นที่สุด แม้กระทั่งโพลล์ก็ยังระบุถึงผลงานที่แย่ที่สุดของรัฐบาลทหารชุดนี้ คือ เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ[1] แม้ว่ารัฐบาลทหารจะพยายามแก้ปัญหา โดยการหว่านงบประมาณลงไปในระบบด้วยนโยบายแจกเงินผู้มีรายด้ายน้อยหัวละ 1,500-3,000 บาท[2] ถึง 2 รอบ แล้วก็ตาม ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานล่างได้

โดยเม็ดเงินในการอัดฉีดแก้ปัญหาเศรษฐกิจกว่า 8 แสนล้าน[3] ในการกู้เศรษฐกิจและความเชื่อมั่น ซึ่งนำทีมโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลทหารชุดนี้ ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล

ลุกลามไปถึงราคาพืชผลการเกษตรก็ราคาต่ำเตี้ยเลียดิน ล่าสุดก็มีชาวสวนยางพาราออกมาประท้วงรัฐบาลให้ช่วยแก้ หลังราคายางพาราอยู่ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม[4] ไหนจะข้าวราคาแค่

ตันละ 6,000-8,000 บาท อ้อย มันสัมปะหลัง พืชเศรษฐกิจที่ราคาตกต่ำกว่ายุคไหนๆ ส่งผลให้ไม่มีเม็ดเงินลงไปในเศรษฐกิจฐานรากเท่าที่ควร ซึ่งเราๆท่านๆก็มักเห็นการประท้วงของเกษตรกรตามหน้าหนังสือพิมพ์ทั่วไปในห้วง 3 ปี ที่ผ่านมา ของการครองประเทศโดยพี่พี่ทหาร

1

นางลัดดา สำเภาทอง นายกสมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหาร,ขอบคุณภาพจาก เดลินิวส์ออนไลน์

 

ล่าสุด แม่ค้าพ่อค้าโดนไปด้วย โดยมีการเปิดเผยจาก นางลัดดา สำเภาทอง นายกสมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหาร ว่าปี 60 นี้คาดว่าผู้ประกอบการร้านอาหารของคนไทยทั่วประเทศทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางปิดกิจการลงประมาณ 2,300 ร้านค้า นับเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 1 เท่าตัว จากปี59 ที่ปิดกิจการประมาณ 1,000 ร้านค้า  โดยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อชะลอตัวทำให้คนทานข้าวนอกบ้านน้อยลง และการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีกลับไปประเทศตนเอง[5]

ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรกได้ปิดตัวลงไปแล้ว 1,300 ร้านค้า โดยเฉพาะภาคอีสานที่ปิดกิจการมากที่สุดประมาณ 700 ร้านค้า รองลงมาคือภาคเหนือปิดไปแล้ว 300 ร้านค้า และที่เหลือในภาคอื่นๆรวมกัน จากจำนวนร้านอาหารในไทยที่มีปัจจุบัน 200,00 – 300,000 ร้านค้า[6]

“จากสถิติตลาดธุรกิจร้านอาหารทั่วไปและเชนร้านอาหารต่างๆปี59 มีมูลค่าประมาณ 382,000 – 385,000 ล้านบาท เติบโต 1.9 – 2.7% เมื่อเทียบกับปี58 ที่มีมูลค่า 375,000 ล้านบาท เติบโต 4% ซึ่งเป็นการชะลอตัวอย่างเด่นชัด โดยแบ่งเป็นมูลค่าของตลาดที่เป็นเชนร้านอาหาร 114,000 – 116,000 ล้านบาท เติบโต 3.6 – 5.5% จากปี58 ที่มีมูลค่า 110,000 ล้านบาท และมูลค่าตลาดของร้านอาหารทั่วไปที่ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารขนาดกลางและเล็ก ประมาณ 268,000 – 269,000 ล้านบาท เติบโต 1.1 – 1.5% จากปี 58 ที่มีมูลค่า 265,000 ล้านบาท[7]

การชะลอตัวของการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยส่งผลให้มีการทยอยปิดตัวอย่างสูงตามการกล่าวถึงของนายกสมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคต่ำลง เป็นผลกระทบลูกโซ่จากภาวะเศรษฐกิจทั้งระบบ ตั้งแต่การส่งออกที่มีปัญหา การย้ายฐานการผลิตของบริษัทชั้นนำในโลกไปประเทศที่มีสภาพเอื้อต่อการทำธุรกิจ การออกกฎหมายของรัฐบาลที่ไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจ แรงงานต่างด้าวหนีกลับประเทศด้วยข้อกฎหมายที่รุนแรงสำหรับตัวนายจ้างและลูกจ้าง(อ่านต่อได้ที่ แรงงานพม่าเดินทางกลับนับพันหลังไทยบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว. http://www.bbc.com/thai/international-40457788) ปัญหาเรื่องราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำทั่งระบบดังที่กล่าวมาข้างต้น เหล่านี้ทำให้เศรษฐกิจทั้งระบบพังลงมา หากเราจะกล่าวว่าสภาพการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมีผลอย่างมากที่ไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจก็คงใช่ หนึ่งรัฐบาลทหารไม่ได้ให้ความสำคัญกับประชาชนฐานราก แต่กลับมองเป็นปัญหาว่าควรแก้กันเอาเอง(ซึ่งไม่น่ามาจากปากผู้นำประเทศ) มีการเอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง เช่น การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ 3 เหล่าทัพ เป็นเงินกว่า 70,000 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นรถหุ้มเกราะจากจีน เรือดำน้ำ เครื่องบิน ฯลฯ(อ่านเรื่องนี้เพิ่ม http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/764007 ) มีการทุจริตคอร์รัปชั่น และบริหารประเทศแบบไร้ทิศทาง (อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ ผลงานรัฐบาล ,http://www.ispacethailand.org/การเมือง/12748.html)

หลายคนอาจจะกล่าวว่า จะเป็นรัฐบาลที่มาหรือไม่มาจากการเลือกตั้งก็ได้ทั้งนั้นขอให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ 3 ปี ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ไม่มีทางที่รัฐบาลที่เป็นเผด็จการจะจัดการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เราได้ มีแต่ทำเพื่อผลประโยชน์กลุ่มทหารและพรรคพวกข้าราชการเท่านั้น หาได้คิดถึงปากท้องประชาชนเหมือนที่บางคนเข้าใจ…

 

[1]คมชัดลึกออนไลน์.โพลชี้ 3 ปี รัฐบาลประยุทธ์สภาพเศรษฐกิจแย่ลง.http://www.komchadluek.net/news/politic/278091 ,ลงวันที่ 20 พ.ค.60

[2]คมชัดลึกออนไลน์,ลงทะเบียนคนจน ใครได้ 3000 บาท. http://www.komchadluek.net/news/scoop/250654 ลงวันที่ 29 พ.ย.59

[3] ประชาชาติออนไลน์,เจาะงบ 8 แสนล้าน “ทีมสมคิด” นำ 7 รัฐมนตรีกู้เศรษฐกิจ-เรียกความเชื่อมั่น,https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1440600768 ,ลงวันที่ 26 ส.ค.58

[4] เนชั่นทีวี.ชาวสวนยางร้องรัฐแก้ปัญหายางตกต่ำ. http://www.nationtv.tv/main/content/economy-business/378556101/ ,ลงวันที่ 11 ก.ค.2560,ค้นเมื่อ 13 ก.ค.2560.

[5] เดลินิวส์ออนไลน์,เศรษฐกิจดิ่งเหว แรงงานหนี ปีนี้ร้านค้าปิด 2,300 ร้าน,https://www.dailynews.co.th/economic/585157 ,ลงวันที่ 13 ก.ค.60

[6] อ้างแล้ว.

[7] อ้างแล้ว.

Share.

About Author

Comments are closed.