ร่วงไม่หยุด!!! ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมตกต่ำสุดในรอบ 7 เดือน

0

เพิ่งจะครบรอบ 1 ปี การทำรัฐประหารไปไม่กี่วัน นอกเหนือจากกระแสเรียกร้องประชาธิปไตยและการเลือกตั้งที่ทำให้เกิดเรื่องราวการกระทบกระทั่งกันจากการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาบริเวณหน้าหอศิลป์ กรุงเทพฯ  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการชุมนุมของนักศึกษากลุ่มดาวดินที่ชุมนุมถือป้ายต่อต้านการรัฐประหารและถูกจับกุม จนเป็นเหตุให้กลายเป็นข่าวเรื่องการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารต่อนักศึกษาในช่วงเวลานี้

safe_image120796-new-885238

Thai police arrest students for demonstrating at a shopping mall in Bangkok on May 22, 2015. Police arrested several anti-junta activists for small protests marking a year since Thailand's generals seized power from the elected government, as the coup's leader said the country "may have collapsed" without his intervention.  AFP PHOTO / PORNCHAI KITTIWONGSAKUL

Thai police arrest students for demonstrating at a shopping mall in Bangkok on May 22, 2015. Police arrested several anti-junta activists for small protests marking a year since Thailand’s generals seized power from the elected government, as the coup’s leader said the country “may have collapsed” without his intervention. AFP PHOTO / PORNCHAI KITTIWONGSAKUL

EyWwB5WU57MYnKOuXxzwIm4moDgTTcQv9Pl0A2ghZu1pe1dbF25IQM

แม้ว่ากระแสการเมืองจะมาแรงในช่วงเวลานี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจและกระทบต่อชีวิตประชาชนโดยตรงไม่แพ้กันก็คือประเด็นเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งล่าสุดนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย. 58 อยู่ที่ระดับ 86.2 ลดลงจากระดับ 87.7 ในเดือน มี.ค. 58 โดยปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และต่ำสุดในรอบ 7 เดือน นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 57 โดยค่าดัชนีฯ ที่ลดลงนี้เกิดจากยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการและผลประกอบการที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

440284-01

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมนี้เป็นเครื่องชี้วัดยอดสั่งซื้อ และยอดขายของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งกำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศลดลง ในขณะที่ภาคการส่งออกก็กำลังประสบปัญหา จากสภาพปัญหาทางการเมือง และความเชื่อมั่นในการลงทุนจากต่างประเทศต่อประเทศไทยที่ลดลง  สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นปัญหาทางเศรษฐกิจของไทยที่เพิ่มขึ้นในทุกมิติภายใต้การบริหารของรัฐบาล คสช. ใน 1 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามในโอกาสครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร มาสเตอร์โพลได้มีการเปิดเผย ผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ เรื่อง “1 ปี คสช.กับการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,083 ตัวอย่าง โดยผลการสำรวจประเด็นที่แกนนำชุมชนเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะ “เพิ่มขึ้น” ได้แก่ ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มั่นคง คนไทยใช้ชีวิตอย่างมีความสุข (เพิ่มขึ้น 57.6%) ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐทำงานในการให้บริการประชาชนอย่างโปร่งใส (เพิ่มขึ้น 50.4%) ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (เพิ่มขึ้น 37.9%) ประชาชนยอมรับในกระบวนการยุติธรรม (เพิ่มขึ้น  33.1%) ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของรัฐอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม (เพิ่มขึ้น 31.2%) คนไทยมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ (เพิ่มขึ้น 24.0%) ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี (เพิ่มขึ้น  19.5%) และประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดี ได้รับความเชื่อมั่นและยอมรับจากนานาชาติ (เพิ่มขึ้น  8.2%)

EyWwB5WU57MYnKOuXxzw8IpeL178v6PIzgeFXOAaUbhyzlOR3fEw8p20150306171049

ประเด็นที่แกนนำชุมชนเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะ “ลดลง” ได้แก่ ความขัดแย้งทางการเมืองในกลุ่มประชาชน (ลดลง 63.5%) การทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทย (ลดลง 61.5%) ในขณะที่ความไว้วางใจต่อ คสช. ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ และประชาชนนั้น ผลการสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนเกือบร้อยละร้อย คือร้อยละ 97.1 ระบุยังคงไว้วางใจ คสช.

นับเป็นเรื่องน่าสนใจว่า การทำผลวิจัยเชิงสำรวจของมาสเตอร์โพลล์ มีลักษณะย้อนแย้งกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่หลายหน่วยงานภาครัฐเองเปิดเผยข้อมูลว่า อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น ยอดการปิดกิจการเพิ่มขึ้น หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น กำลังซื้อ และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจหลากหลายด้านกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ปัญหาทางการเมืองเองก็เช่นกัน ความขัดแย้งเรื่องรัฐธรรมนูญ ปมความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ก่อนการรัฐประหารก็ยังคงอยู่ สะท้อนได้จากการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง เรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหาร ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

14255581411425558203l

แน่นอนว่าการสำรวจของโพลล์ก็เรื่องหนึ่ง แต่สถานการณ์จริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในโอกาสครบรอบ 1 ปีการรัฐประหาร ประชาชนไทยคงต้องถามตัวเองแล้วว่า ได้อะไรจากการทำรัฐประหารบ้าง ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคมของประเทศไทย ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาล คสช. มากน้อยหรือไม่อย่างไร และสุดท้ายควรจะให้ความไว้วางใจให้กับรัฐบาลที่ประชาชนไทยไม่ได้เลือกเข้ามาบริหารประเทศ ทำงานต่อไปหรือไม่!!!

Share.

About Author

Comments are closed.