รีวิวพิเศษ : ชวนไปดู “ซูสีไทเฮา เดอะ มิวสิคัล”

0

เมื่อค่ำวันพุธ (23 เมษายน 2557)ที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติจากพี่วิคเตอร์-เกรียงศักดิ์ ศิลากอง ผู้กำกับ เชิญไปดูการแสดง “ซูสีไทเฮา เดอะ มิวสิคัล”  รอบสื่อมวลชน ที่โรงละคร M-Theater

จริงๆจะเรียกว่าได้รับเกียรติเชิญก็ไม่ถูกนัก เพราะตั้งแต่ทราบว่าจะมีการสร้างมิวสิคัลเรื่องนี้มา ผมก็เฝ้าแต่ถามพี่วิคเตอร์ @Victorworldfilm อยู่เรื่อยๆว่าจะฉายวันไหน จะขายบัตรเมื่อไหร่ ถามไปถามมาเจ้าตัวคงรำคาญ เลยบอกว่าเดี๋ยวเรียบร้อยแล้วจะเชิญมาดูนะ เป็นอันว่าได้ดูฟรีไป

[youtube http://www.youtube.com/watch?v=QUJN7vtskMs&w=560&h=315]

———–

รู้จัก “ซูสีไทเฮา” ครั้งแรก

ซูสีไทเฮาที่เอามาทำเป็นมิวสิคัลครั้งนี้ เป็นบทประพันธ์ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ผมเองได้มีโอกาสอ่านเรื่องนี้ครั้งแรก ตอน ม.1-2 เพราะเคยเป็นแฟนหนังสือของหม่อมคึกฤทธิ์มาก่อน โดยซูสีไทยเฮานั้นเป็นหนังสือเล่มที่ 2 ในซีรี่ส์ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ที่ผมอ่าน โดยเล่มแรกคือ “พม่าเสียเมือง”

ซูสีไทเฮา ฉบับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

ซูสีไทเฮา ฉบับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

ซูสีไทเฮาฉบับของหม่อมคึกฤทธิ์นั้น เป็นฉบับวรรณกรรม กล่าวคือเรียบเรียงเป็นสารคดีกึ่งนวนิยาย ที่นำเอาเรื่องราวจริง มาแต่งเติมเล่าเรื่องให้ชวนติดตาม และแน่นอนที่สุด ด้วยฝีมือของนักเขียนชั้นครู ผลงานเล่มนี้ก็สนุกชวนให้ติดตาม จนแทบวางไม่ลงเลยทีเดียว

จากนั้นมาไม่กี่ปี ผมก็ได้ไปค้นเจอว่ามีซีรีส์ซูสีไทเฮา ฉบับโบราณเก่ากึ๊กขายในท้องตลาด ด้วยความที่เราเคยอ่านหนังสือมา ก็อยากจะดูฉบับที่เป็นละครบ้าง ก็เลยได้ซื้อมาดู แล้วผมก็ไม่ผิดหวังเลย ซูสีไทเฮาฉบับละครจีนนี้ แม้ภาพจะโคตรเก่า แต่ก็สนุกเป็นบ้า สนุกจริงๆ (ใครชอบดูละครแนวเฉือดเฉือน อำนาจนิยมนิดๆ ควรไปหามาดูยิ่ง)

[youtube http://www.youtube.com/watch?v=dE_apxMoIbg&w=420&h=315]

จากนั้นมาผมก็ละทิ้งความสนใจในเรื่องนี้ไป และไม่ได้มีโอกาสติดตามอะไรที่เกี่ยวกับซูสีไทเฮาอีกเลย จนกระทั่งรู้ว่าได้มีการจัดสร้างมิวสิคัลเรื่องนี้ขึ้น ก็เลยรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ

—————

พระองค์โสมฯ ทรงเป็นนักแสดงเกียรติยศ

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

เปิดเรื่องซูสีไทเฮามา ก็ต้องเล่าถึงประวัติเรื่องราวชีวิต และพื้นเพทางครอบครัว ซึ่งในต้นเรื่องนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับผู้ชมหลายๆท่าน เพราะ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเป็นนักแสดงเกียรติยศ ร่วมแสดงในบทบาทของ “นางนิวฮูลู่” มารดาของซูสีไทเฮา โดยได้ทรงขับร้องบทเพลง “สายน้ำกับความหลัง” และเพลงอื่นๆอีกไม่น้อยในช่วงต้นของการแสดง

[youtube http://www.youtube.com/watch?v=wKJpLV8llKs&w=420&h=315]

ซึ่งในบทของนางนิวฮูลู่นี้ พระองค์โสมฯก็สามารถแสดงออกมาได้เป็นที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก  สามารถสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของผู้เป็นแม่ที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง และการจำต้องร่อนเร่เดินทางมาตั้งรกรากใหม่ที่ปักกิ่ง และจากพื้นฐานทางครอบครัวนี่เอง ก็เป็นแรงพลักดันที่ทำให้นางเยี่ยเหอนารา (ซูสีไทเฮา) ต้องตัดสินใจทิ้งชีวิตแบบสามัญชน และวิ่งเข้าสู่แวดวงอำนาจ เพื่อยกระดับฐานะของครอบครัว

—————-

ปัญญา ความรัก จุดหักเห

สิ่งที่ทำให้นางเยี่ยเหอนาราแตกต่างจากสตรีทั่วไปในสมัยนั้น คือความฉลาดหลักแหลม และความกล้าหาญ(บางครั้งก็ถูกมองว่าโหดเหี้ยม) ทั้งการพูดจาฉะฉาน และการมีเล่ห์เหลี่ยมในทางการเมือง ตั้งแต่การเข้าสู่การคัดเลือกเป็นนางสนม จนกระทั่งขึ้นสู่อำนาจสูงสุดในตำแหน่ง “ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน” แทนฮ่องเต้ถึง 3 พระองค์

และก็เหมือนกับหญิงสาวทั่วไป โดยแรกเริ่มนั้นพระนางก็เปี่ยมไปด้วยใจที่มีรัก คำมั่นสัญญาที่ฮ่องเต้เคยให้ไว้ เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้คืนและวันของซูสีไทเฮาเปี่ยมไปด้วยความสุข จนกระทั่งต่อมาพระสนมคนอื่นๆก็เริ่มเข้ามา และความสำคัญของนางสนมเยี่ยเหอนาราก็ลดลง พระนางจึงได้รับรู้ว่าคำสัญญาของฮ่องเต้นั้น ไม่อาจเป็นสิ่งที่ประกันความมั่นคงอะไรให้ชีวิตของพระนางได้อีก หากแต่การถืออำนาจด้วยตนเองเท่านั้น จึงจะเป็นคำตอบ ซึ่งนี่คือจุดหักเหที่มิวสิคัลเรื่องนี้หยิบยกมาอธิบายชีวิตจากนี้ต่อไปของซูสีไทเฮา ซึ่งผมอยากให้ลองฟังเพลงประกอบหลักของมิวสิคัลเรื่องนี้ดู สะท้อนออกมาได้ดีมากๆ

[youtube http://www.youtube.com/watch?v=pCnUkowz4h4&w=420&h=315]

—————

เริ่มต่อสู้เพื่อความเป็นที่หนึ่ง

ในเกมอำนาจแบบรัฐโบราณนั้น การอ้างความชอบธรรมในการได้อำนาจมา ย่อมต่างจากปัจจุบัน การช่วงชิงอำนาจมักไม่ได้ผ่านด้วยกระบวนการที่มีอารยะ(อย่างเช่นการเลือกตั้งในปัจจุบัน) ยิ่งเป็นสตรีเพศด้วยแล้ว ยิ่งดูเหมือนจะไม่มีหนทางใดที่จะทำให้ไปถึงฝั่งฝันได้เลย เพราะไม่ว่าจะทั้งขนบธรรมเนียมประเพณี หรือจากรีตใดๆ ก็ล้วนแต่กีดกันผู้หญิง(จีน)ออกไปจากการเมืองแทบทั้งสิ้น

[youtube http://www.youtube.com/watch?v=E1HwqyPWw3I&w=420&h=315]

ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องยากไม่น้อย หากเราจะตัดสินประนามซูสีไทเฮาอย่างรวดเร็วว่าพระนางเป็น “หญิงชั่ว” หรือเป็น “คนเลว” เพราะในอีกด้านหนึ่งนั้น ก็ต้องเข้าใจว่ากฏกติการต่างๆทางสังคม ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้พระนางได้ต่อสู้กันอย่างเท่าเทียม อย่างที่ผู้ชายได้กระทำกัน

ซ้ำร้าย เกมการเมืองแบบชิงดีชิงเด่นในราชสำนักจีนยุคนั้น ก็ไม่มีหลักประกันมั่นคงแน่นอนใดๆสำหรับผู้อยู่ใต้อำนาจ หากไม่กล้าแข็งพอลุกขึ้นมาเผด็จอำนาจแบบที่พระนางทำแล้ว วันใดวันหนึ่งพระนางก็อาจจะถูกถอนรากถอนโคน ไม่เพราะแรงหึงหวงชิงดีชิงเด่นในหมู่พระสนม ก็จากเสนาอำมาตย์ ผู้หวังความเป็นใหญ่ อย่างที่เราได้เห็นในเรื่อง

cixi

———–

จุดอ่อน หรือ จุดแข็ง?

ทีแรกผมตั้งข้อสังเกตเชิงวิจารณ์ไว้เหมือนกันว่า ในฐานะละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งละครเวที เราน่าจะได้เห็น “ความชัดเจน” ของแรงผลักดัน ที่ทำให้ตัวละครต่างๆเลือกวิถีทางของชีวิต โดยในเรื่องนั้นจากที่ดูมาทั้งหมด ผมไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้ว อะไรคือแรงผลักดันให้นางเยี่ยเหอนาราลุกขึ้นมาแหกจารีตต่างๆเพื่อไต่เต้าขึ้นสู่อำนาจ ฐานะทางครอบครัว ผิดหวังในความรัก หรือ การทะนงในศักดิ์ศรีของตนเพราะในเรื่องนั้น ไม่ได้ focus ไปที่มุมใดมุมหนึ่งเป็นพิเศษอย่างเด่นชัดนัก

แตกหากเมื่อมาลองคิดดูอีกที จริงๆนี่อาจจะเป็นจุดเด่นก็ได้ เพราะในขณะที่ละครเรื่องต่างๆ พยายามสร้าง conclusion ให้กับชีวิตของตัวละครแบบสูตรสำเร็จ ราวเป็นกับม่ามาที่รอใส่น้ำร้อน ซูสีไทเฮา เดอะ มิวสิคัล กลับสร้างพื้นที่ปลายเปิด ให้เราได้ลองไตร่ตรอง และเห็นว่าแท้จริงแล้วชีวิตของคนเรา อาจไม่ได้มีจุดหักเห หรือแรงจูงใจเดียวที่ทำให้เราทำสิ่งนั้นๆ หากแต่เกิดจากการสั่งสม ผสมผสาน ของปมต่างๆในชีวิต ซึ่งมากกว่า 1 เหตุการณ์

ชีวิตของซูสีไทเฮาก็เช่นกัน การเป็นสามัญชนผู้ยากไร้ หน้าที่และความรับผิดชอบที่มีต่อครอบครัว ความใสซื่อในเรื่องความรัก ความหวาดกลัวในการสูญเสียอำนาจ การโดนดูถูกเรื่องฐานะทางครอบครัวและการเป็นเมียน้อย ปมต่างๆเหล่านี้หลอมรวมเป็นแรงพลักดันให้กับชีวิตของพระนาง ในการต่อสู้เพื่อเป็นหนึ่ง

[youtube http://www.youtube.com/watch?v=b37k4yeV6v8&w=420&h=315]

————-

คอสตูมดี ดนตรีเพราะ

แทบไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆสำหรับเรื่องคอสตูม เพราะทำได้ดีมาก ทั้งความงดงาม และความถูกต้องตามรูปลักษณะ จากที่ได้ติดตามสัมภาษณ์ข่าวก็พบว่าผู้จัดมีการทำการบ้านค่อนช้างละเอียด แม้กระทั่งสัญลักษณ์ต่างๆบนชุด ก็เน้นถูกต้องใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด และเมื่อได้ชมด้วยตาตนเอง ผมก็ประจักษ์จริงว่าทำออกมาได้น่าชื่นชม

ยิ่งได้เห็นฉากท้องพระโรงด้วยแล้ว ก็เห็นถึงความทุ่มเทพยายาม เพราะราวกับยกของจริงมาตั้งไว้ในโรงละคร พูดแล้วอาจจะดูเว่อร์เกินไป แต่ผมเชื่อว่าถ้าทุกท่านได้ไปชมกับตาก็จะยอมรับจริงๆว่า ช่างประณีตงดงาม และอลังการมากจริงๆ

และที่สุดของเรื่องก็คือบทเพลงไพเราะต่างๆ ดั่งตัวอย่างที่ได้แนบมาในบทรีวิวนี้ บทเพลงแต่งขึ้นมาใหม่ได้ไพเราะ และน้ำเสียงใสๆของนักแสดงทุกคนก็ล้วนแต่ถ่ายทอดออกมาได้เต็มที่จริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางเอกของเรื่อง คือ พระนางซูสีไทเฮา ซึ่งรับบทโดย “เน็ต-กานดา วิทยานุภาพยืนยง” เธอถ่ายทอดออกมาได้ลึกซึ้งทรงพลังจริงๆ

———–

บทสรุปคืออยากชวนไปดู

ผมยังยืนยันคำเดิมว่าถ้ามีโอกาส ก็ไม่อยากให้พลาดมิวสิคัลเรื่องนี้จริงๆ ความตั้งใจทุ่มเทของทีมงาน โดยเฉพาะผู้กำกับ พี่วิคเตอร์ ที่ดูแลจนงานออกมาสมบูรณ์แบบได้ขนาดนี้ ถือว่าทำได้ดีมาก และมิวสิคัลเรื่องนี้ อาจจะเป็นเรื่องแรกในไทย ที่สร้างจากประวัติชีวิตของบุคคลสำคัญที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์จีน

ซึ่งไม่ว่าคุณจะมองซูสีไทเฮาเป็นคนเช่นไร จะเป็นหญิงแกร่ง หรือ หญิงชั่ว มิวสิคัลเรื่องนี้ก็เปิดกว้างพอให้คุณได้ลองตีความ และใช้วิจารณญาณของตนในการตัดสิน

1394367425-1012150450-o

สำหรับคนที่อยากไปดู “ซูสีไทเฮา เดอะ มิวสิคัล” สามารถจองตั๋วได้ที่ ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ http://www.thaiticketmajor.com/performance/performance-detail.php?sid=2293

ซูสีไทเฮา เดอะมิวสิคัล
เริ่มแสดง 25 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2557
(10 รอบการแสดง) (2 สัปดาห์ๆ ละ 5 รอบ)
โรงละครเอ็ม เธียเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

มีบัตรตั้งแต่ราคา 1,000 – 5,000 บาท

และติดตามความเคลื่อนไหว รวมถึงให้กำลังใจได้ที่ https://www.facebook.com/CixiTheMusical

 

เชื่อผมเถอะว่าไปดูแล้วจะไม่ผิดหวัง!

 

ศาสดา

 

Share.

About Author

Leave A Reply