Deep Web: ส่วนลึกของอินเตอร์เน็ตที่ยากจะหยั่งถึง

0

ว่ากันว่า อินเตอร์เน็ตที่เรารู้จักและเข้าถึงกันเป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆของฐานข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่บนโลก ฟังแล้วบางคนอาจจะตกใจ เพราะเวลากดค้นหาใน Google เราก็ได้ข้อมูลมามากเกินกว่าที่จะอ่านได้หมดอยู่แล้ว คำสั้นๆบางคำอาจมีผลลัพธ์ออกมาได้ถึง 160 ล้านผลลัพธ์ (เช่นคำว่า “cartoon”) แต่ผมไม่ได้พูดเกินจริงเลยครับว่านั่นเป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กๆของโลกอินเตอร์เน็ต อ้างอิงจาก http://oedb.org/ilibrarian/invisible-web/ ข้อมูลที่เสิร์ชเอ็นจินอย่าง Google, Yahoo! หรือ Bing สามารถเข้าถึงได้ มีเพียง 0.03% ของโลกอินเตอร์เน็ตเท่านั้นเอง

คำถามคือ แล้วส่วนที่เหลืออีก 99.97% อยู่ที่ไหน คำตอบคือ อยู่ในส่วนที่เรียกกันว่า Deep Web ครับ

 

Deep Web คืออะไร?

ส่วนใหญ่เวลาเราต้องการหาข้อมูล เช่น ข่าว เหตุการณ์ประจำวัน หรือเรื่องทั่วไปที่เราอยากจะรู้ เราจะพิมพ์ Keyword เข้าไปใน Google ใช่ไหมครับ เคยสังเกตไหมว่า ทั้งๆที่ Keyword นั้นน่าจะมีผลลัพธ์การค้นหาออกมาเยอะมากๆ แต่กลับมีผลลัพธ์มาจากเว็บเดียวกันแค่หนึ่งหรือสองผลลัพธ์เท่านั้น พูดแบบนี้อาจจะนึกภาพไม่ออก สมมติว่าผมค้นหาคำว่า “plane crash” จะมีผลลัพธ์ออกมาเป็นข่าวเครื่องบินตกจากเว็บไซต์ของ CNN, BBC, Time ฯลฯ ออกมาอย่างละหน้าเท่านั้น นั่นเป็นเพราะเสิร์ชเอ็นจินจะทำการคัดกรองผลลัพธ์ของคำที่เรากำลังค้นหาอยู่ให้เราโดยอัตโนมัติ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องจมอยู่ในมหาสมุทรของข้อมูลนั่นเอง การออกแบบเสิร์ชเอ็นจินสำหรับผู้ใช้ทั่วไปจะมีรูปแบบคล้ายๆแบบนี้ครับ ความฉลาดระดับนี้ดูเหมือนจะช่วยเราหาข้อมูลได้แทบจะทั้งโลกนี้เลย แต่เสิร์ชเอ็นจินก็ยังไม่สามารถเข้าถึง Deep Web ได้อยู่ดีครับ ไม่ใช่เพราะเสิร์ชเอ็นจินไม่เจ๋งพอหรือคนทำไม่เก่งนะครับ แต่เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวอาจจะโดนเข้ารหัสไว้ไม่ให้เสิร์ชเอ็นจินค้นหาได้ เช่น เมื่อก่อนจะมีช่องให้เราเลือกใน Facebook ไม่ให้แสดงผลในเสิร์ชเอ็นจิน (เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว) หรืออาจจะเป็นส่วนของเว็บไซต์ที่ต้องใช้รหัสลับผ่านเข้าไป หรืออาจจะเป็นส่วนของอินเตอร์เน็ตที่จงใจซ่อนเอาไว้เพื่อไม่ให้คนทั่วไปบังเอิญผ่านมาเจออีกด้วยครับ

iceberg

คนจำนวนมากเปรียบเทียบว่า Deep Web เป็นเหมือนกับภูเขาน้ำแข็งส่วนที่อยู่ใต้น้ำ ส่วนที่อยู่เหนือผิวน้ำนั้นมีขนาดเพียงนิดเดียวถ้าเทียบกับส่วนที่อยู่ใต้น้ำ คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงเลยครับ และอาจจะน้อยไปด้วยซ้ำถ้าเรานึกถึงที่ผมกล่าวไปตอนแรก – ใช่ครับ 0.03% เท่านั้นที่อยู่เหนือน้ำ

 

อะไรอยู่ใน Deep Web?

แล้วอะไรกันล่ะที่อยู่ใน Deep Web คำตอบคือ แทบจะทุกอย่างครับ ตั้งแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์กับมนุษยชาติอย่างมาก เช่น ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลทางการแพทย์ เอกสารการเงิน ไปจนถึงสิ่งผิดกฏหมายต่างๆ เช่น เว็บค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ซื้อขายอาวุธเถื่อน ซื้อเลขบัตรเครดิตที่ถูกขโมยมา เว็บโป๊เด็ก หรือเว็บซื้อขายสัตว์หายาก

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งของ Deep Web เท่านั้น เนื่องจากการเข้า Deep Web จำเป็นต้องผ่านเครือข่ายนิรนาม (Anonymous Network) เช่น Tor ที่ผมจะพูดถึงต่อไป เว็บผิดกฏหมายต่างๆจึงเข้ามาแอบอยู่ในเงามืดของ Deep Web เยอะมาก จนการซื้อขายแบบนิรนามใน Deep Web ทำให้สกุลเงินอย่าง Bitcoin มูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว (ลองอ่านเรื่อง Bitcoin ที่นี่ https://bitcoin.co.th/bitcoin-คืออะไร/) Bitcoin นั้นต้องพึ่งพา Deep Web จนขนาดที่ว่าการปิดเว็บซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดใน Deep Web นามว่า Silk Road เมื่อปีที่แล้วจึงทำให้มูลค่าของ Bitcoin แทบจะร่วงกราว

7jfZLgwตัวอย่างการปิดเว็บ Silk Road

ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ Deep Web ดูน่ากลัว แต่เช่นเดียวกับดาบที่มีสองคม Deep Web มีประโยชน์มากๆสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการข้อมูล แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งรวมอาชญากรที่ไม่สามารถปรากฏกายได้ในสังคมอินเตอร์เน็ตแบบปกติด้วยเช่นกัน

 

เข้า Deep Web อย่างไร?

ทีนี้ก็มาถึงไฮไลท์กันแล้วครับ การเข้าเว็บที่ถูกซ่อนจำเป็นต้องใช้การเข้ารหัสแบบพิเศษเพื่อให้เข้าถึงได้ เว็บจำนวนมากใน Deep Web ใช้ชื่อโดเมนที่ลงท้ายด้วย .onion เพื่อใช้การเข้ารหัสแบบพิเศษที่ Tor Browser เท่านั้นที่จะเข้าได้ (รู้จัก Tor ที่นี่)

Tor เป็นโปรเจคท์ที่ริเริ่มโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่อให้ความปลอดภัยกับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือ  Whistleblower ปัจจุบัน Tor ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานตั้งแต่ Google, กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ, รัฐบาลหลายประเทศ เพื่อให้อินเตอร์เน็ตเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานมากขึ้น

Tor สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ

เมื่อติดตั้งและเชื่อมต่อกับเครือข่ายของ Tor แล้ว เราจะสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างนิรนาม และสามารถผ่านเข้าไปยังเว็บที่ถูกปิดกั้นได้ทันที แต่โดเมนของเว็บไซต์ใน Deep Web ส่วนมากเป็นตัวอักษรเรียงกันแบบไม่มีความหมาย จุดประสงค์คือป้องกันไม่ให้คนเจอโดยบังเอิญ ดังนั้นการเข้า Deep Web จึงต้องมีลิงค์ของเว็บเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ดังนั้นจึงมี The Hidden Wiki http://zqktlwi4fecvo6ri.onion/ (เข้าผ่าน Tor เท่านั้น) เพื่อใช้เป็นรายชื่อของลิงค์ต่างๆส่วนหนึ่งที่มีอยู่ใน Deep Web ผมขอแนะนำว่าให้เข้าไปเยี่ยมชมเป็นที่แรกครับ

 

ข้อแนะนำสำหรับการใช้ Deep Web

Deep Web เป็นที่ที่หลายคนคิดว่าน่ากลัว แต่จริงๆแล้วมีหลากหลายวิธีที่เราจะสามารถปกป้องตัวเราเองได้ครับ ผู้ใช้ Deep Web หลายท่านแนะนำว่า ให้เปิด Firewall ระดับสูงที่สุด และให้ใช้เทปกาวแปะเว็บแคมของเราไว้ เนื่องจากบางเว็บอาจจะใช้งานเว็บแคมเราแบบไม่ขออนุญาตและเอาภาพเราไปทำอะไรที่ไม่พึงประสงค์ได้

จริงอยู่ครับว่า Deep Web ไม่ใช่ที่พึงประสงค์สำหรับบางคน แต่การรับรู้การมีอยู่และใช้งาน Deep Web ได้ก็เป็นประโยชน์ไม่ใช่น้อยเลย ผมขอแนะนำอีกรอบว่าให้ป้องกันตัวให้ดี และสนุกกับการใช้ Deep Web ครับ

Share.

About Author

Leave A Reply