COP21 คืออะไร และสำคัญอย่างไร

0
Secretary-General Ban Ki-moon attends/speaks at Opening of High-Level Segment of COP21.

Secretary-General Ban Ki-moon attends/speaks at Opening of High-Level Segment of COP21.

ผ่านไปแล้วด้วยดีกับการประชุม COP21 หลายคนคงได้เห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อโทรทัศน​์ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า COP21 นั้นจริงๆแล้วคือการประชุมเกี่ยวกับอะไรกันแน่ และมีความสำคัญอย่างไรต่อประเทศไทย

COP21 หรือในชื่อเต็มคือ Conference of Parties เป็นการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 ซึ่งเป็นการเจรจาระหว่างผู้นำประเทศจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย มีผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน ทั้งจากภาคการเมือง ชุมชนทางวิทยาศาสตร์ และภาคประชาสังคม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2558 นี้ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

รายละเอียดสำคัญของการประชุมนี้ คือการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นจากวิกฤตโลกร้อน อาทิ ภัยแล้ง น้ำท่วม และพายุ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทางปฏิบัติหมายความว่าเป็นการเจรจาตกลงเพื่อให้นานาประเทศเห็นพ้องต้องกันในการกำหนดเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส (เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม) เพื่อป้องกันภัยพิบัติร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แม้ขณะนี้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกได้เพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำกว่า 1 องศาเซลเซียล แต่ผลกระทบได้ปรากฎขึ้นอย่างชัดเจนในหลายประเทศแล้ว เช่น มีชาวคิริบาส ประเทศหมู่เกาะใกล้เส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในยุโรปจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้วจากภัยโลกร้อนที่เกิดขึ้นแล้วทั่วโลก การประชุม COP21 นี้ยังเน้นถึงข้อตกลงและความร่วมมือในการสนับสนุนประเทศและชุมชนที่ประสบภัยในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

ในบางประเทศ รวมถึงประเทศหมู่เกาะขนาดเล็ก (The Alliance of Small Island States; AOSIS) มองว่าการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่ไม่มากไปกว่า 2 องศาเซลเซียสนั้นยังสูงเกินไป และเรียกร้องให้ข้อตกลงของการประชุม COP21 กำหนดให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกสูงขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยที่เราจะต้องเผชิญและเสี่ยงกับภัยพิบัติร้ายแรงหากสูงเกินไปกว่านี้

แน่นอนว่าในการประชุมเจรจาครั้งนี้เราหวังว่าจะเห็นการตกลงทางกฎหมายและนโยบาย ไม่ใช่เพียงการประกาศหรือคำมั่นสัญญาที่ไร้ข้อกำหนด แต่จะต้องมีพันธกรณีทางกฎหมายในระดับนานาชาติเพื่อให้แต่ละประเทศดำเนินการตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งไว้

สิ่งสำคัญคือภาครัฐจะต้องรับรู้ว่าเราต้องการปฏิบัติการที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมในการต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

rtx1whjo_0

 

ซึ่งการประชุมที่เพิ่งผ่านพ้นไปในครั้งนี้นั้น ก็ได้มีการร่างข้อตกลงฉบับใหม่ด้วย ซึ่งร่างข้อตกลงฉบับนี้มีสาระสำคัญคือ การเสนอแผนและกำหนดมาตรการของประเทศต่างๆในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศโลก รวมถึงการกำหนดความถี่ของการเจรจาระหว่างเหล่าผู้นำจากนานาประเทศ เพื่อทำให้แผนการลดการปล่อยก๊าซดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การกำหนดงบประมาณกว่าพันล้านดอลลาร์ในการช่วยประเทศกำลังพัฒนาลดผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อน และการกระตุ้นให้นักธุรกิจและนักลงทุนต่างๆทั่วโลก ร่วมลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อผลิตพลังงานสะอาดอีกด้วย

 

การลงมติใช้ข้อตกลงนี้ของเหล่าผู้นำจะแสดงถึงความร่วมมืออย่างแท้จริง ในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนในรอบ 20 ปี เพราะข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้แต่ละประเทศมีหนทางการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งต่างจากพิธีสารเกียวโต ที่บรรลุไปเมื่อปี 1997 ที่ทำให้แต่ละประเทศมีพันธะผูกมัดทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และไม่สามารถใช้ได้ในบางประเทศ เช่น ในสหรัฐฯ ที่โครงสร้างและเนื้อหาของพิธีสารไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่วุฒิสภาสหรัฐฯได้กำหนดไว้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก:
http://news.voicetv.co.th/world/297975.html

http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/cop21-5/blog/54884/

Share.

About Author

Comments are closed.