ส่งออกไทยอ่วม!!! กรุงไทยชี้โตเพียง 0.8% จากเดิม 4%

0

ท่ามกลางข่าวสารทางการเมืองที่รัฐบาลใหม่ของไทย ยังไม่มีความชัดเจนทั้งเรื่องคณะรัฐมนตรี และเวลาที่รัฐบาลใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศ แต่วันนี้เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าความหวังของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 คือ การใช้นโยบายประชานิยมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ด้วยปัญหาที่ พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ต้องมีการเลื่อนออกไปก็กระทบกับโครงการลงทุนของภาครัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

4DQpjUtzLUwmJZZPEbTLUlAuEft5MqxXMlRhgJ1To8ux

การเลื่อน พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ออกไปถึง 4 เดือนนั้น นอกจากจะส่งผลกระทบให้การจัดซื้อจัดจ้าง และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ต้องล่าช้าออกไปแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบาย และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอีกหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการรถไฟทางคู่เชื่อมโยงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและอาจมีการปรับเปลี่ยนโครงการได้ อีกทั้งโครงการขนาดใหญ่ยังติดเพดานหนี้ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฉบับใหม่ ทำให้ต้องรอปีงบประมาณถัดไป รวมไปถึงโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณเกิน 1,000 ล้านบาท ที่ต้องเลื่อนไปเซ็นสัญญากันภายในเดือนมิถุนายน 2563

1542020699_79440_1533775680_69906_-01

ซึ่งแม้จะมีการขยายเพดานการก่อหนี้ผูกพันจาก 5% เป็น 8% หรือ จาก 150,000 ล้านบาท เป็น 240,000 ล้านบาท แล้วแต่ก็ไม่แน่ว่าจะเพียงพอให้โครงการเร่งด่วนสามารถดำเนินการได้โดยไม่ล่าช้า

  การส่งออกของไทยยังน่าหนักใจ แม้ว่าปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะทำให้สื่อต่างประเทศ และนักวิเคราะห์เศรษฐกิจมองว่า เป็นโอกาสสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้มากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าไทยจะไม่ได้รับผลจากเรื่องดังกล่าวเท่าที่ควร เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการเซ็นสัญญาการค้าเสรี(FTA) ระหว่างสหภาพยุโรป และเวียดนาม ซึ่งส่งผลให้มีการลดภาษีกว่า 99% ของสินค้านำเข้าของทั้งสหภาพยุโรป และเวียดนาม

????????????????????????????????????

แน่นอนเรื่องดังกล่าวกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยที่ส่งออกไปทั้งในสหภาพยุโรป และเวียดนามโดยตรง เพราะทั้งสองตลาดถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย รวมไปถึงอาจส่งผลกระทบถึงการลงทุนเพราะอาจมีการย้ายฐานการผลิตสินค้า และการลงทุนไปยังเวียดนาม

ล่าสุดธนาคารกรุงไทยได้มีการปรับลดประมาณการเจริญเติบโตของ GDP ไทยลงเหลือ 3.3% จากเดิม 3.8% และปรับลดประมาณการเติบโตของการส่งออกไทยลงเหลือเพียง 0.8% จากเดิม 4% จากภาวะเศรษฐกิจโลกขาลง และการส่งออกที่มีปัจจัยที่กระทบการแข่งขันมากขึ้นจาก FTA ระหว่างเวียดนามกับสหภาพยุโรป

business-cargo-cargo-container-1117210-1-1024x683

นอกจากนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ สมัยที่ 2 ยังต้องเจอกับความท้าทายด้านงบประมาณจากนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐใช้หาเสียงอีกหลายนโยบาย ซึ่งล้วนแต่เป็นนโยบายประชานิยมที่ใช้งบประมาณมหาศาลทั้งสิ้น คำถามก็คือในภาวะที่การส่งออกซึ่งเป็น 1 ในรายได้หลักชองเศรษฐกิจไทยกำลังประสบปัญหาที่มากขึ้นแบบนี้ รวมไปถึงปัญหาด้านการลงทุน และเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัวเป็นอย่างมาก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะแก้ไขวิกฤตินี้อย่างไร???

 

Reference

https://www.prachachat.net/finance/news-346189

https://www.khaosod.co.th/economics/news_2680949

https://www.khaosod.co.th/economics/news_2680712

Share.

About Author

Comments are closed.