ร่วงอีก!!! ราคายางต่ำ 40 บาท ลดลง 33% ในรอบ 4 เดือน!!!

0

หายใจทั่วท้องกันได้ไม่นาน ปัญหาใหม่ก็เข้ามาอีกแล้ว กับวิกฤติราคายางพาราของไทย หลังจากการยางแห่งประเทศไทยออกมาเปิดเผยว่าราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีราคาลดลงแล้วกว่า 33% ในระยะเวลาเพียง 4 เดือน

นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รักษาการ ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) กล่าวว่า ปัจจุบันราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 39.73 บาท/กิโลกรัม ลดลงจาก 4 เดือนก่อนที่มีราคาอยู่ที่ประมาณ 60 บาท/กิโลกรัม ลดลงเป็นสัดส่วน 33% พร้อมระบุว่า น่าจะมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น เศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นอย่างมาก และรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ของจีนซึ่งเป็นผู้รับซื้อยางพารารายใหญ่จากไทย หยุดทำการซื้อขายไปตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา

349179

ซึ่งราคายางพาราที่ตกต่ำลงอย่างมาก อาจส่งผลกระทบให้โครงการประกันรายได้ชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 ของรัฐบาล ภายใต้กรอบงบประมาณ 24,278 ล้านบาท ไม่เพียงพอ โครงการดังกล่าวครอบคลุมเกษตรกรจำนวนประมาณ 1.4 ล้านคน พื้นที่ปลูกยางราว 17 ล้านไร่ ระยะเวลาประกันรายได้ 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2562 ถึง มีนาคม 2563 โดยจะรับประกันราคายาง 3 ชนิด คือ 1. ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา 60 บาท/ก.ก. 2. น้ำยางสด ราคา 57 บาท/ก.ก. และ 3. ยางก้อนถ้วย ราคา 23 บาท/ก.ก.

04

โดยเมื่อวัดจากมาตรการช่วยเหลือในโครงการดังกล่าว กับราคายางแผ่นดิบในปัจจุบัน น่าสนใจว่าต้องใช้เงินในการชดเชยมากขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 นั้นจะมีราคาแตกต่างจากราคายางแผ่นดิบคุณภาพดีประมาณ 2 บาทโดยเฉลี่ย ซึ่งปัจจุบันราคายางแผ่นดิบอยู่ที่ 37.18 บาท/ก.ก. ในขณะที่ยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 39.73 บาท/ก.ก. และการประกันราคายางแผ่นดิบคุณภาพดีอยู่ที่ 60 บาท/ก.ก. เท่ากับว่ารัฐต้องชดเชยในส่วนนี้มากถึง 22.82 บาท/ก.ก. คิดเป็น 61.37%

            ในขณะที่ราคาน้ำยางสดปัจจุบันอยู่ที่ 36.40 บาท/ก.ก. รัฐจะชดเชยที่ 57 บาท/ก.ก. เท่ากับว่าต้องชดเชยถึง 20.6 บาท/ก.ก. หรือคิดเป็น 56.59%

DwegPk2VAAAlWHD

  เมื่อเปรียบเทียบกับราคายางเมื่อ 4 เดือนก่อนเท่ากับว่ารัฐบาลต้องชดเชยราคายางพาราตามประเภทที่ออกโครงการไปมากขึ้นอย่างมหาศาล และแน่นอนเงินงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อโครงการนี้ย่อมต้องเพิ่มสูงขึ้นมหาศาลเช่นกัน คำถามสำคัญคือแล้วรัฐบาลจะนำงบประมาณมาชดเชยส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างไร??? อย่าลืมว่าการช่วยเหลือเกษตรกรแม้จะมีความจำเป็น แต่การใช้เงินภาษีจำนวนมหาศาลมาอุ้มคนเพียงกลุ่มเดียว หากไม่มีการแก้ไขปัญหาในระยะยาวย่อมไม่สามารถทำได้ และรัฐก็จะสูญเสียงบประมาณไปอย่างมากมายโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ได้ถูกแก้ไข มีเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น

1571027209476-960x0

  และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ราคายางพาราเท่านั้น ที่เกษตรกรมีความเดือดร้อน และรัฐบาลต้องออกมาตรการเข้าไปช่วยเหลือ!!!

 

 

Reference

https://www.khaosod.co.th/economics/news_2983742

http://www.rubber.co.th/rubber2012/menu5.php

Share.

About Author

Comments are closed.