ดิ่งเหวรับปีใหม่!!! ผลตอบแทนหุ้นไทย “รองบ๊วย” ในภูมิภาค!!!

0

ขึ้นปีใหม่ 2563 แต่ดูเหมือนภาพรวมของเศรษฐกิจไทยจะมีแต่เรื่องให้หนักใจทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นภาพรวมของงบประมาณที่ขาดดุลถึงกว่า 5 แสนล้านบาท อัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น การส่งออกที่ย่ำแย่ การท่องเที่ยวที่ชะลอตัว หนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นแตะระดับ 7 ล้านล้านบาท และแน่นอนผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ดิ่งเหวจนติดอันดับ “รองบ๊วย” ในภูมิภาคไปเรียบร้อยแล้ว

  ภาพรวมความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในปี 2562 นั้น นักลงทุนต่างชาติยังคงมีการขายสุทธิต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมยอดขายออกในปี 2562 ราว 4.4 หมื่นล้านบาท รวม 3 ปี มียอดเทขายสุทธิไปมากกว่า 357,000 ล้านบาท โดยในช่วงต้นปี 2562 นั้นตลาดหุ้นไทยมีการให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 11.78% ก่อนที่จะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง สรุปรวมแล้วทั้งปีหุ้นไทยให้ผลตอบแทนประมาณ 1% เท่านั้น

750x422_843646_1565671958

โดยเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า ตลาดหุ้นไทยนั้นให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดหุ้นมาเลเซียเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งตลาดหุ้นมาเลเซียให้ผลตอบแทนในปี 2562 ติดลบ 4.7% ในขณะที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียต่างให้ผลตอบแทนที่ 5.1%,4.7% และ 2.2% ซึ่งถือว่าดีกว่าไทยพอสมควร

ในขณะที่ตลาดหุ้นต่างๆในเอเชียล้วนแต่มีผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี เช่น เกาหลีใต้ให้ผลตอบแทนราว 8% ฮ่องกงที่กำลังประสบปัญหาจากการเมืองภายในให้ผลตอบแทนราว 9% ด้านไต้หวันปรับตัวขึ้นถึง 24.3% จีนเพิ่มขึ้น 20.5% ญี่ปุ่น 18.3% และอินเดียเพิ่มขึ้น 15.3%

An investor looks at screens showing stock market movements at a securities company in Beijing on July 14, 2015. Hundreds of firms were expected to resume trading again on July 14, adding to the more than 400 that returned July 13, after they were suspended over the past few weeks to prevent a market meltdown. Authorities intervened after the Shanghai index plunged 30 percent in three weeks, wiping trillions of dollars from market capitalisations, spreading contagion in regional markets and raising fears over the potential impact to the real economy. AFP PHOTO / GREG BAKER

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคอื่นๆ ต่างมีการปรับตัวที่เป็นบวกแทบทุกแห่ง โดย S&P500 ของสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ส่วนดัชนีดาวน์โจนส์เพิ่มขึ้นประมาณ 23% ตลาดหุ้นเยอรมัน ฝรั่งเศสปรับขึ้นประมาณ 27% ออสเตรเลียปรับตัวขึ้นราว 21% ตลาดหุ้นรัสเซียเพิ่มขึ้นประมาณ 28%

จะเห็นได้ว่าแม้จะเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกไม่ได้สดใส มีสงครามการค้าและปัญหาด้านเศรษฐกิจต่างๆมากมาย แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกต่างสามารถปรับตัวให้อยู่ในแดนบวกได้ ผิดกับตลาดหุ้นไทยที่ค่อนข้างจะมีปัญหา และมีแรงเทขายจากต่างชาติสูงเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาค ในขณะที่ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง

เงินบาท1-3-62-3

ในปี 2563 นี้ ปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมทั้งของโลก และภายในประเทศดูจะยังคงไม่สดใส ทั้งเรื่องสงครามการค้าที่ไม่รู้ว่าจีนกับอเมริกาจะกลับมาเริ่มการต่อสู้กันอีกครั้งเมื่อไหร่ ล่าสุดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านก็น่าจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเศรษฐกิจภายในของไทยอีกหลายอย่าง ทั้งภาคการส่งออก เกษตรกรรม การท่องเที่ยว การลงทุน ปัญหาการว่างงาน และอีกหลายปัญหาที่ยังคงเดินหน้าเข้ามาในปีนี้ ทำให้ยิ่งน่าห่วงว่าตลาดหุ้นไทย รวมไปถึงภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปี 2563 นี้จะเป็นอย่างไร???

 

 

Reference

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/860257

Share.

About Author

Comments are closed.