หมดทางไป สุดท้ายก็ “ทักษิโณมิกส์”!!!

0

เศรษฐกิจของประเทศไทยนับตั้งแต่มีการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นับว่ามีปัญหามาโดยตลอดในทุกด้าน การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุดนี้ก็เป็นผลสะท้อนของปัญหาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนต้องใช้ทีมเศรษฐกิจทีมใหม่ ซึ่งรัฐบาล คสช. ก็ฝากความหวังไว้ที่อดีตรองนายกฯ และรมว.กระทรวงเศรษฐกิจในยุครัฐบาลทักษิณ อย่าง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

ซึ่งหลังจากเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯด้านเศรษฐกิจในรัฐบาล คสช. ดร.สมคิด ก็ประกาศแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “ประชานิยม” หรือ แนวนโยบายแบบ “ทักษิโณมิกส์” เพราะเป็นมาตรการทางเศรษฐกิจที่อัดฉีดเงินลงไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือ รากหญ้าโดยตรง รวมถึงกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs)

14409864141440986432l

ดร.สมคิด กล่าวว่า ประชากรของไทยมีจำนวนประมาณ 67 ล้านคน เป็นผู้ที่มีรายได้จากการเกษตรกรรมกว่า 18 ล้านคน และกว่าครึ่งของประชากรทั้งประเทศ มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจในภาคการเกษตร การสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มรายได้ให้แก่คนกลุ่มนี้จึงมีความสำคัญมาก

PNOHT5806280010031012014.11 smes11

ในระยะยาว ดร.สมคิด ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ในปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพากการส่งออกจากปัจจัยภายนอกประเทศมากเกินไป โดยในปัจจุบันการส่งออกมีมูลค่าถึง 60% ของ GDP ทั้งประเทศ ซึ่งหากเป็นแบบนี้ต่อไปวันนึงภาคการส่งออกอาจจะเกิดปัญหาได้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่สะท้อนจากแนวคิดการบริหารเศรษฐกิจของพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร!!!

นอกจากนี้ ดร.สมคิด ยังมีความต้องการที่จะนำเอานโยบาย 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ซึ่งเป็นอีก 1 ในนโยบายสำคัญที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในยุครัฐบาลทักษิณกลับมา เพื่อสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะในส่วนของภาคชนบท เพราะประเทศไทยนั้นมีมากกว่า 7,000 ตำบล หรือ เขตที่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็งได้

20150827_Somkid_Jatusripitak_article_main_image

อย่างไรก็ตามนโยบาย และแนวคิดทางเศรษฐกิจ ของรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจคนใหม่ของรัฐบาล คสช. ก็คือแนวคิดประชานิยมแบบทักษิณ หรือ “ทักษิโณมิกส์” อย่างชัดเจน ถึงขนาดที่แม้แต่สื่อต่างชาติอย่าง NIKKEI Asian Review ถึงกับเรียกว่า เป็นการกลับไปใช้นโยบาย “ทักษิโณมิกส์” กันเลยทีเดียว เช่นเดียวกับสื่อไทย และคนในสังคมไทยที่ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน

เรื่องนี้ก็ร้อนไปถึงรัฐบาล คสช. ที่ต้องออกมาชี้แจงว่า มาตรการดังกล่าว ไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ซึ่งแม้จะออกมาแก้เขินกันแบบนี้ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ ว่านโยบายเช่นนี้ คือ นโยบาย ประชานิยม ที่สำคัญคือเป็น ประชานิยม แบบทักษิณชัดๆเลยด้วย

dfghyjuk

อันที่จริงแล้วแนวนโยบายแบบ “ทักษิโณมิกส์” หรือ จะเรียกว่า ประชานิยม ก็แล้วแต่ ก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย เพราะมันก็เคยพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วว่า นโยบายเช่นนี้ได้ผลจริง ทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งจริง การออกมาแก้เขินของรัฐบาล คสช. ก็เป็นเพียงประเด็นทางการเมืองเท่านั้น เพราะรัฐประหารรัฐบาลที่ใช้ประชานิยม หรือ “ทักษิโณมิกส์” มาเองแท้ๆ แต่เอาเศรษฐกิจไม่รอดจนต้องไปใช้นโยบายเดิมของเขา อาจจะเสียหาย และน่าอายเกินกว่าจะสามารถยอมรับได้!!!

แต่ ณ จุดที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังย่ำแย่เช่นปัจจุบัน ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วหากรัฐบาล คสช. จะนำเอานโยบายที่มั่นใจ และเคยพิสูจน์มาแล้วว่าดีจริงมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหา สิ่งที่น่าห่วงจึงไม่ใช่เรื่องนโยบาย หรือ การเสียหน้าของรัฐบาล หากแต่เป็นความเข้าใจในตัวนโยบายแบบ“ทักษิโณมิกส์” มากกว่าว่าจะทำได้สำเร็จมากน้อยแค่ไหน

Taksin-Chinnawat

อย่าลืมว่าความสำเร็จของ “ทักษิโณมิกส์” มาจากหัวหน้ารัฐบาลอย่าง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และทีมงานในรัฐบาลทักษิณทุกคน ไม่ใช่ดร.สมคิด เพียงคนเดียว!!!!

Share.

About Author

Comments are closed.