จันทร์โอชา เดอะ ซีรีย์ ย้อนอดีตไปดูเรื่องที่คนดีไม่เรียกว่าโกง

0
1. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
ครอบครัวจันทร์โอชา ถือได้ว่าเป็นครอบครัวข้าราชการที่รวยใช่เล่น โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหารยึดอำนาจ ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต จากพี่น้องทั้งหมดสี่คน โดยมีพ่อเป็นทหาร ยศพันเอกพิเศษ ประพัฒน์ จันทร์โอชา มีแม่รับราชการครู นางเข็มเพรช จันทร์โอชา และมีพี่น้อง ได้แก่ ประคัลภ์ จันทร์โอชา พลอากาศตรีหญิง ประกายเพชร จันทร์โอชา ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ และพลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
ย้อนกลับไปดูความอู้ฟู่ของครอบครัวจันทร์โอชาตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่ง ซึ่งแจกแจงตามทรัพย์สินที่ยื่นต่อรัฐสภาก่อนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรายงานของสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ ลงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว กล่าวถึงทรัพย์สินครอบครัวจันทร์โอชา โดยพาดหัวข่าวว่า “คุ้ยบัญชี “นายกฯ ตู่” ทหารก็รวยได้ 128 ล้าน แค่สิวๆ พบซุกอีกเฉียด 500 ล้าน ระบุเป็นกงสีต้องโอนให้พี่น้อง 268 ล้าน พร้อมโอนให้ลูกอีกเกือบ 200 ล้าน สมบัติเพียบ “ปืน-เครื่องประดับ-ของขลัง” แถมสะสมนาฬิการะดับไฮเอน นับสิบเรือน รวมมูลค่ากว่า 4 ล้าน” ซึ่งตามดูเนื้อข่าวแจกแจงรายละเอียด ดังนี้
“สำหรับบัญชีทรัพย์สินของครอบครัว พล.อ.ประยุทธ์ มีการแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่น่าสนใจ โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีทรัพย์สิน 102,317,152.64 บาท, นางนราพร ภริยา มีทรัพย์สิน 26,347,382.76 บาท รวม 128,664,535.40 บาท หนี้สิน 654,745.06 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 128,009,790.34 บาท พล.อ.ประยุทธ์แจ้งว่า มีรายได้ต่อปี 25,484,471.92 บาท มีรายจ่าย 6,511,000 บาท ในจำนวนนี้เป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา (ปลูกบ้าน) 5,400,000 บาท”
น่าสนใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากมีมรดกการขายที่ดินจากพ่อเป็นเงินมหาศาล กว่า 540 ล้านบาท ซึ่งสำนักข่าวอิสราได้สืบเรื่องนี้พบว่า การขายที่ดินนี้มีการโอนเงินผ่านบริษัทหุ้นใหญ่บนเกาะบริติช เวอร์จิ้น โยงใย 22 บริษัทยักษ์ 7 หมื่นล้าน ซึ่งโยงไปถึงเจ้าสัวเสี่ยเจริญว่ามีความเกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ดินครั้งนี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักข่าวอิสรา ลงวันที่ 01 มกราคม 2558 ตามลิงค์ด้านล่าง
ต่อมาคือเรื่องรายได้ต่อปีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งในใบแสดงบัญชีทรัพย์สิน ระบุว่ามีรายได้อยู่ที่ 25.48 ล้านบาท ซึ่งการรับราชการทหารของพลเอกประยุทธ์ รายได้ต่อปีขนาดนี้เทียบได้ว่าแซงหน้านักธุรกิจหลายคนในไทยไปแล้ว และแซงหน้าข้าราชการไทยไปไกลหลายหมื่นไมล์ ซึ่งหากนับงานที่พลเอกประยุทธ์ทำในตอนนั้น ได้แก่ การดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.เป็นอดีตกรรมการบริษัท ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) อดีตประธานสโมสรฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ด อดีตประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และอดีตประธานคณะกรรมการบริหารกิจการโทรทัศน์กองทัพบก

ย้อนกลับไปดูความอู้ฟู่ของครอบครัวจันทร์โอชาตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่ง ซึ่งแจกแจงตามทรัพย์สินที่ยื่นต่อรัฐสภาก่อนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรายงานของสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ ลงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2557 พาดหัวข่าว กล่าวถึงทรัพย์สินครอบครัวจันทร์โอชา โดยพาดหัวข่าวว่า “คุ้ยบัญชี “นายกฯ ตู่” ทหารก็รวยได้ 128 ล้าน แค่สิวๆ พบซุกอีกเฉียด 500 ล้าน ระบุเป็นกงสีต้องโอนให้พี่น้อง 268 ล้าน พร้อมโอนให้ลูกอีกเกือบ 200 ล้าน สมบัติเพียบ “ปืน-เครื่องประดับ-ของขลัง” แถมสะสมนาฬิการะดับไฮเอน นับสิบเรือน รวมมูลค่ากว่า 4 ล้าน” ซึ่งตามดูเนื้อข่าวแจกแจงรายละเอียด ดังนี้
“สำหรับบัญชีทรัพย์สินของครอบครัว พล.อ.ประยุทธ์ มีการแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่น่าสนใจ โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีทรัพย์สิน 102,317,152.64 บาท, นางนราพร ภริยา มีทรัพย์สิน 26,347,382.76 บาท รวม 128,664,535.40 บาท หนี้สิน 654,745.06 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 128,009,790.34 บาท พล.อ.ประยุทธ์แจ้งว่า มีรายได้ต่อปี 25,484,471.92 บาท มีรายจ่าย 6,511,000 บาท ในจำนวนนี้เป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา (ปลูกบ้าน) 5,400,000 บาท”
น่าสนใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากมีมรดกการขายที่ดินจากพ่อเป็นเงินมหาศาล กว่า 540 ล้านบาท ซึ่งสำนักข่าวอิสราได้สืบเรื่องนี้พบว่า การขายที่ดินนี้มีการโอนเงินผ่านบริษัทหุ้นใหญ่บนเกาะบริติช เวอร์จิ้น โยงใย 22 บริษัทยักษ์ 7 หมื่นล้าน ซึ่งโยงไปถึงเจ้าสัวเสี่ยเจริญว่ามีความเกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ดินครั้งนี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักข่าวอิสรา ลงวันที่ 01 มกราคม 2558 ตามลิงค์ด้านล่าง
ต่อมาคือเรื่องรายได้ต่อปีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งในใบแสดงบัญชีทรัพย์สิน ระบุว่ามีรายได้อยู่ที่ 25.48 ล้านบาท ซึ่งการรับราชการทหารของพลเอกประยุทธ์ รายได้ต่อปีขนาดนี้เทียบได้ว่าแซงหน้านักธุรกิจหลายคนในไทยไปแล้ว และแซงหน้าข้าราชการไทยไปไกลหลายหมื่นไมล์ ซึ่งหากนับงานที่พลเอกประยุทธ์ทำในตอนนั้น ได้แก่ การดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.เป็นอดีตกรรมการบริษัท ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) อดีตประธานสโมสรฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ด อดีตประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และอดีตประธานคณะกรรมการบริหารกิจการโทรทัศน์กองทัพบก
แต่เรื่องที่โกงอย่างชัดเจนของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ การโกงอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชนคนไทย เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 โดยการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งขณะนั้นอยู่ในช่วงขัดแย้งกับม๊อบ กปปส.หลังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ประกาศออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งมีหลายฝ่ายสันนิษฐานว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่างม๊อบสุเทพ กับรัฐบาลทหาร ในการเทคโอเวอร์รัฐบาลยิ่งลักษณ์

2.พลเอกปรีชา จันทร์โอชา
น้องชายของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม สมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ผู้ฉาวโฉ่ช่ำชองในเรื่องคอร์รัปชั่น มาพูดถึงเรื่องเงินๆทองๆของพลเอกปรีชากันบ้าง ช่วงเข้ารับตำแหน่งในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้แสดงบัญชีทรัพย์สินในส่วนบัญชีเงินฝากทั้งหมด 10 บัญชีว่ามีเงินทั้งหมดกว่า 89.42 ล้านบาท แต่เรื่องแดงออกมาเพราะในใบปะหน้าเอกสารที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.แค่ 42 ล้านบาท คำถามคือ เงินอีก 47 ล้านหายไปไหน
ซึ่งพอสื่อไปถามพลเอกปรีชา ก็ได้คำตอบกลับมาว่า “จะเอาอะไรกับผมนักหนา ผมมีที่มาที่ไปนะ บ้านผมไม่ใช่ว่าจนนะ ต้องไปดูรายละเอียดให้ชัดเจน ไปดูสิ เงินเดือนผม รายได้ต่อปี เท่าไหร่ ไปดูให้ละเอียด แล้วค่อยเขียน ไม่ใช่จับตัวเลขปั๊บแล้วมาเขียน เหมือนกับเราไปโกงใครเขามา พ่อผมขายที่ได้ เขาก็แบ่งให้คนละแปดสิบล้าน ร้อยล้าน นายกฯเขาก็ได้ นี่ถ้าไปตรวจสอบนายกฯ เขาก็ไม่ผิด น้องชาย น้องสาวเขาก็ไม่ผิด”
ด้านเพจดังในเฟสบุคอย่างเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ” ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ของพลเอกปรีชาลงวันที่ 14 ตุลาคม 2014 อย่างน่าสนใจว่า การขายที่แบ่งกันคนละ 80 ล้าน 100 ล้าน แปลว่าต้องขายที่ได้หลายร้อยล้านเลยนะ รวยที่ดินว่างั้น แหม่ๆ แล้วทำไมใช้ชื่อเมียในเมื่อเป็นเงินพ่อ
ในขณะที่ พล.อ.ปรีชาแจงรายได้ว่ามีรายได้ปีละ 1.92 บ้าน ซึ่งน้อยกว่าพลเอกประยุทธ์มากในเรื่องนี้ และมีทรัพย์สินทั้งหมด(เฉพาะพลเอกปรีชา) 63 ล้านบาท หรือ 111 ล้านบาท ถ้ารวมเงินฝากปริศนา 47 ล้านบาท แต่ในเรื่องที่น่าสนใจอยู่ที่ภรรยา คุณผ่องพรรณ ที่ไม่มีรายได้ และมีทรัพย์สินรวมเพียง 16.77 ล้านบาท ซึ่งน่าสังเกตุว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่ กว่า 80% หรือ 13.5 ล้านบาท เพิ่งได้มาในช่วงประมาณ 1 ปี กว่าที่ผ่านมาเอง(ช่วงนั้นปี 2557)
กลับมามองดูเรื่องความสามารถของพลเอกปรีชาอื่นกันบ้าง เป็นถึงอดีตกรรมการบริษัท ขนส่ง จำกัด กรรมการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ กรรมการคณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคม รองประธานคณะกรรมการศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กรรมการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ กรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตุลาการศาลทหารสูงสุด ซึ่งน่าสังเกตความสามารถเยอะเหลือเกิน ได้เป็นกรรมการบริษัทนู้นบริษัทนี้เหมือนนายทหารระดับสูงหลายๆคนที่มีเงินเดือนกินทั้งชีวิตอิจฉาแทนประชาชนคนไทย

3. นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภรรยาของพลเอกปรีชา
นอกจากจะยังเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้เรื่องเงิน 47 ล้านบาทที่หายไปจากการแจงบัญชีต่อ ป.ป.ช.ตามที่กล่าวไปข้างต้น และเรื่องรายได้ที่ก็ยังไม่มีคำตอบ เพราะพลเอกปรีชาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เมียรวยมาแต่ก่อนแล้ว ทางเพจตั้งข้อสังเกตุว่าถ้ารวยจริงทำไมในเอกสารที่ส่ง ป.ป.ช. ไป ว่ารถ 4 คัน เพิ่งได้มาช่วง ปีก่อน ถึงปีนี้(คือปี 2556-2557) และถ้าเมียรวยจริงทำไมไม่มีเงินสร้อยแหวนเงินทองเลย และทำไมทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นชื่อสามีหมดและทำไมที่อยู่ในชื่อภรรยาก็เพิ่งได้มาเมื่อปีที่แล้ว
เรื่องเด่นสุดตอนนี้สำหรับผู้หญิงที่ชื่อว่าผ่องพรรณ จันทร์โอชา คือเรื่องไปทำฝายกั้นน้ำที่ปางปอย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งถูกวิจารณ์แซดว่าทำตัวเวอร์วังอลังการและมีการตั้งชื่อฝายว่า “ฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา” ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าไม่เหมาะสม แต่ตัวคุณผ่องพรรณกล่าวว่าชาวบ้านในพื้นที่ตั้งให้ แต่ฝายอยู่ได้ไม่นานเกินสองอาทิตย์ ก็พังเสียแล้ว ซึ่งคล้ายกับว่าทำเอาหน้าไปงั้นๆ ไม่ได้ตั้งใจทำเพื่อป่าจริงๆ
บวกกับเรื่องการเดินทางไปทำฝายโดยใช้เครื่องบินกองทัพอากาศ ซึ่งถูกสังคมวิจารณ์มองว่าเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศ ที่ถือว่าเป็นทรัพย์สินของทางราชการเดินทางโดยไม่เกี่ยวกับทางราชการ

4. นายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา
ลูกชายคนเล็ก ของพลเอกปรีชา จันทร์โอชา ลูกที่พ่ออยากให้เป็นทหารใจแทบขาด หลังจากที่ลูกเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเหมือนวัยรุ่นทั่วไป พ่อผู้เป็นทหารยศใหญ่โตก็อยากให้ลูกเข้าทหาร โดยบรรจุแต่งตั้งให้เข้ารับราชการเป็นนายทหาร แห่งกองทัพภาคที่ 3 และติดยศร้อยตรีรับเงินเดือนหมื่นห้าพันบาท ซึ่งในส่วนท้ายคำสั่งยังอนุมัติด้วยอำนาจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยมี พล.อ.ปรีชา ได้รับมอบหมายแทน และก็ได้ลงนามในคำสังการของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย
ซึ่งพอเรื่องนี้ตกเป็นข่าวในหน้าสื่อทั่วไป พล.อ.ปรีชาก็ออกมาตอบโต้ทันทีว่า “ลูกชายจบปริญญาตรีมา ก็ต้องทำงาน เมื่อมีตำแหน่งว่างก็ให้เข้ามาทำงาน ซึ่งก็มีหลายคนในกองทัพที่ทำแบบนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ลูกชายพี่คนเดียวที่ทำแบบนี้ได้ เอาแค่นี้ก่อนนะ”

5. นายปฐมพล จันทร์โอชา
ประเด็นข่าวที่ฮอตติดกระแสอยู่ในปัจจุบันวงการการคอร์รัปชั่นคงหนีไม่พ้นลูกชายคนโตของพลเอกปรีชา จันทร์โอชา อย่างนายปฐมพล จันทร์โอชา ผู้ถูกสื่อตรวจสอบอย่างหนักในตอนนี้ว่ามีกลิ่นคอร์รัปชั่นอยู่ เพราะได้ตั้งบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัด คอนเทมโพราลี จำกัด รับงานรับเหมาทำโครงการรัฐ กวาดรับเหมา3 หน่วยงาน 11 โครงการ คิดเป็นเงินกว่า 155.6 ล้านบาท

ซึ่งเว็บไซต์สำนักข่าวอิสราได้ขุดคุ้ยเรื่องนี้ออกมาแฉว่า ในช่วงเดือน ธ.ค.2557-เม.ย.2559 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ตระกูลจันทร์โอชามีอำนาจมากที่สุดในประเทศ บริษัทของนายปฐมพล จันทร์โอชา กวาดงบประมาณจากรัฐอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นจาก อบจ.พิษณุโลก กรมทรัพยากรน้ำ และกองทัพภาค 3 รวมแล้วเป็นเงินกว่าร้อยห้าสิบล้าน (อ่านเพิ่ม http://www.isranews.org/isranews-scoop/item/50159-report_sonbigtig_20959.html )
ต่อจากนั้นไม่นาน ก็มีการออกมาแฉจากสื่อเจ้าเดิมว่าในการประมูลรับโครงการจากรัฐนั้น บริษัทของนายปฐมพล จันทร์โอชา ชนะประมูลด้วยเงินต่างกันแค่ 1,900 บาท และบริษัทคู่แข่งที่แพ้ คือ บริษัทนำพลอินเตอร์เทรด จำกัด แต่พอตรวจสอบลึกลงไปอีก พบว่า บริษัทนำพลฯ เป็นบริษัทคู่ค้ารายใหญ่กับกองทัพบก โดยเฉพาะกับกองทัพภาคที่ 3 ได้งบไปแล้วกว่า 1,500 ล้านบาท(อ่านเพิ่ม http://www.isranews.org/isranews-scoop/item/50221-report_63521.html )
ลึกของลึกลงไปอีก พอสื่อเจ้าเก่าเจาะลึกลงไปอีกว่าที่ตั้งของบริษัทของนายปฐมพลตั้งอยู่ที่ไหนและมีการดำเนินการอย่างไร พบว่าที่ตั้งของบริษัทนี้กลับตั้งอยู่ในค่ายทหาร (ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรส) และพอไปดูงบประมาณการเงิน พบว่า งบการเงินปี 55-56 ไม่มีรายได้ ช่วงปี 57 มีสินทรัพย์ 11 ล้าน เครื่องจักรอุปกรณ์ 7 แสนบาท ก่อนจะคว้างานรวม 155.6 ล้านบาท ภายในสองปี (อ่านเพิ่ม http://www.isranews.org/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B2/item/50257-report_sonprecha_23959.html
ซึ่งสามลิงค์ข่าวข้างต้นจะอธิบายความเป็นมาเป็นไปของชายที่ชี่อปฐมพล จันทร์โอชา หนึ่งในตระกูลจันทร์โอชาอีกคนที่กำลังฉาวโฉ่อยู่ในขณะนี้
Share.

About Author

Comments are closed.