เศรษฐกิจดีขึ้นหรือคิดไปเอง??? เมื่อ NPL ไทยปี 60 พุ่ง 3 แสนล้าน!!!

0

ตลอดช่วงต้นปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐล้วนแต่ออกมาตีฆ้องร้องป่าว ถึงเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะภาคการส่งออก และอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจด้านอื่นๆ เช่น GDP ของประเทศ ซึ่งดูเหมือนว่าตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัวดูดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีอีกหลายอย่างที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ในระบบธนาคารของไทย

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการส่งออกในเดือน ธันวาคม 2560 มีมูลค่า 19,741 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 และขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ทำให้ภาพรวมการส่งออกของประเทศไทยในปี 2560 มีมูลค่าการส่งออกทั้งปี 236,694 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 9.9% สูงที่สุดในรอบ 6 ปี

S__25682411-1024x684

นอกจากนี้ผู้อำนวยการสนค. ยังคาดการณ์ว่าการส่งออกในปี 2561 ของไทย จะขยายตัวที่อัตรา 5-7%

ด้านนางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ภาพรวมปี 2560 มีการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัท จำนวน 74,517 ราย ซึ่งเป็นสถิติการจดทะเบียนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้นจำนวน 10,229 ราย เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปี 2559 เนื่องจากเป็นมาตรการของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคล

S__25682418-1024x768

ตัวเลขทางสถิติทั้งในเรื่องการส่งออกที่ขยายตัวอย่างมาก และการจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ในปี 2560 ที่ดูเหมือนว่าภาคธุรกิจของประเทศไทยกำลังขยายตัว แต่เมื่อพิจารณาเชิงตัวเลขที่ลึกลงไปกลับมีความน่าสนใจในตัวเลขที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคการส่งออก โดยสถิติตัวเลขการส่งออกของไทยย้อนไปในปี 2557 มีการเติบโต 5.81% ปี 2558 ติดลบ 1.17% ปี 2559 เติบโต 4.5% ก่อนที่จะมาเติบโตในปี 2560 ถึง 9.9%

คำถามก็คือตัวเลขการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2560 นั้นมาจากไหน? ซึ่งในตัวเลขสถิติการส่งออกในปี 2560 พบว่า ประเทศที่มีการขยายตัวด้านการส่งออกกับไทยมากที่สุดในปี 2560 นั้นก็คือ ประเทศจีน ซึ่งมีการขยายตัวทางการส่งออกมากถึง 21.62% หรือ มีมูลค่าการส่งออกกว่า 909,00 ล้านบาท ทำให้ประเทศจีนกลายเป็นประเทศที่ไทยมีการส่งออกสินค้ามากที่สุดแซงหน้าอเมริกา

11

ในทางกลับกันการส่งออกไปยังอเมริกา และญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญกลับมีการขยายตัวที่ลดลง ดังนั้นการส่งออกที่มีตัวเลขเพิ่มขึ้นจึงมีปัจจัยสำคัญมาจากประเทศจีน ซึ่งก็ต้องมองกันต่อไปยาวๆ ว่าจีนจะเป็นตลาดที่ไทยสามารถพึ่งพาในการส่งออกไปได้ยาวนานแค่ไหน และดุลการค้าระหว่างไทยกับจีนนั้นใครได้ดุลการค้า

อีก 1 ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่ดูจะสวนทางกับการประกาศว่าเศรษฐกิจของไทยกำลังดีขึ้นก็คือ หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ในระบบธนาคารและสถาบันการเงินของไทย โดยรายงานงบการเงินปี 2560 ของธนาคารไทยพาณิชย์ 9 แห่ง ได้แก่  ไทยพาณิชย์ (SCB), กสิกรไทย (KBANK), กรุงเทพ (BBL), กรุงศรีอยุธยา (BAY), ทหารไทย (TMB), ทิสโก้ (TISCO), เกียรตินาคิน (KKP), แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHBANK) และซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) พบว่าแม้ธนาคารไทยทั้ง 9 แห่งยังคงมีผลประกอบการที่มีกำไรถึง 157,238 ล้านบาท แต่ก็ถือว่ามีสัดส่วนกำไรลดลง 2.89% เมื่อเทียบกับปี 2559

ripper-malware-likely-fueled-thai-atm-attacks-showcase_image-7-a-9370

นอกจากนี้ตัวเลขหนี้ NPL ในระบบธนาคารไทยกลับเพิ่มสูงขึ้นไปถึง 307,235 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% จากปีก่อนหน้า ซึ่งธนาคารที่มีหนี้ NPL สูงที่สุด คือ ธนาคารกรุงเทพฯ มี NPL รวม 87,419 ล้านบาท ตามมาด้วย ธนาคารกสิกรไทย 69,674 ล้านบาท และ ธนาคารไทยพาณิชย์ 65,560 ล้านบาท

d789a214ba580a020e7e2bc88cb87c3e_XL

ในส่วนของธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ คาดการณ์กันว่า หนี้ NPL ปี 2560 น่าจะสูงกว่า 100,000 ล้านบาท จาก เดิมในปี 2559 ที่มี NPL สูงถึง 91,000 ล้านบาท ดังนั้นหากรวมตัวเลข NPL ของธนาคารกรุงไทยกับธนาคารพาณิชย์อีก 9 แห่ง ก็จะมีมากกว่า 400,000 ล้านบาท

ตัวเลข NPL ในระบบธนาคารที่สูงขนาดนี้ แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของสภาวะทางการเงินของธุรกิจ และ ประชาชน ที่กำลังมีปัญหาเรื่องรายได้ และการชำระหนี้สิน ซึ่งดูจะสวนทางกับการ ที่ภาครัฐต้องการชี้ให้เห็นว่าภาพรวมของเศรษฐกิจกำลังดีขึ้น!!!

 

Reference

https://www.prachachat.net/finance/news-104470

https://www.prachachat.net/economy/news-104948

https://www.prachachat.net/economy/news-104958

http://www.nso.go.th/

Share.

About Author

Comments are closed.