สภาผู้ส่งออกเผย ส่งออกเดือน พ.ค. โต 11.4% ด้านหนี้รัฐไม่น้อยหน้าพุ่งเกิน 5.2 ล้านล้านบาทแล้ว!!!

0
  • ประธานสภาผู้ส่งออกเผยการส่งออกไทยเดือนพฤษภาคม 2561 มีมูลค่ารวม 22,257 ล้านเหรียญฯ เติบโตต่อเนื่อง 15 เดือน โตขึ้น 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • ภาพรวมการส่งออกและนำเข้าของไทยยังคงได้ดุลการค้าประมาณ 28,323 ล้านบาท
  • สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเปิดเผยตัวเลขหนี้รัฐบาลเดือนพฤษภาคม 2561 พบว่ามีหนี้สินมากถึง 5,202,092 ล้านบาท เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงมากถึง 4,337,654 ล้านบาท

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ประชาชนไทยรับรู้ได้ดีว่าเศรษฐกิจของประเทศในทุกวันนี้กำลังเกิดปัญหา และไม่ได้มีทิศทางที่ดีขึ้นนักสำหรับประชาชนทั่วไป แต่ดูเหมือนว่าภาคการส่งออกจะมีภาพรวมที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง และกลายเป็นความหวังในการดึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นบวกในปีนี้

454181568

  น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก ระบุถึงภาพรวมการส่งออกของไทยในเดือนพฤษภาคม 2561 ว่ามีมูลค่ารวม 22,257 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวในระดับที่สูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกันคิดเป็น 11.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2560 ในขณะที่การส่งออกในรูปแบบเงินบาทมีมูลค่า 689,985 ล้านบาท ขยายตัว 1.3% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา

cats-62

ด้านการนำเข้าในเดือนพฤษภาคม 2561 มีมูลค่า 21,053 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 11.7%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา การนำเข้าในรูปแบบเงินบาทมีมูลค่า 661,662 ล้านบาท ขยายตัว 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ภาพรวมการส่งออกและนำเข้าของไทยในเดือนพฤษภาคม 2561 ได้ดุลการค้า 1,204 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 28,323 ล้านบาท

จากภาพรวมการส่งออกดังกล่าวทำให้นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ปรับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2561 ใหม่เป็น 4.3-4.5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.0-4.5% โดยนายปรีดีระบุว่า การท่องเที่ยวขยายตัวดี การบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนเติบโต รายได้เกษตรกรก็ดีขึ้นหนุนกำลังซื้อฐานราก จึงมีการปรับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจดังกล่าว

LRM_EXPORT_20180329_093945

อย่างไรก็ตามน่าสนใจว่าการส่งออกที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้นจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวมแค่ไหน? เพราะปีที่ผ่านมาการส่งออกเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของภาคการส่งออกไปยังประเทศจีนเป็นหลัก ในปัจจุบันความแตกต่างในส่วนนี้มีมากน้อยแค่ไหน หากการส่งออกของไทยเติบโตในภาพรวมจากการส่งออกไปยังประเทศจีนเพียงประเทศเดียว หากเกิดปัญหาเศรษฐกิจกับจีนภาคการส่งออกจะได้รับผลกระทบโดยตรงที่รุนแรงมาก

รูปท่าเรือ

นอกจากนี้ภาพรวมของการส่งออกนั้นยังไม่มีท่าทีว่าจะสามารถทำให้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในด้านอื่นดีขึ้น เช่น รายได้เกษตรกรที่เกิดจากปัญหาสินค้าราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ภาพรวมของการลงทุนของนักลงทุนไทยและต่างประเทศที่ยังไม่ดีขึ้นมากนัก และการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน

ที่สำคัญคือสภาพหนี้สินของรัฐบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลังเปิดเผยข้อมูลหนี้สินรัฐบาลในเดือนพฤษภาคม 2561 ว่ารัฐบาลไทยมีหนี้สินทั้งสิ้น 5,202,092 ล้านบาท เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงมากถึง 4,337,654 ล้านบาท

01

ภาพรวมของหนี้รัฐบาลนั้นเพิ่มขึ้นถึง 19,196 ล้านบาทในระยะเวลาเพียง 1 เดือน และหากเปรียบเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2560 ที่มีหนี้สินทั้งหมด 4,912,277 ล้านบาท จะมีหนี้สินเพิ่มขึ้น 289,815 ล้านบาทในระยะเวลาเพียง 1 ปี ซึ่งหนี้รัฐบาลที่กล่าวมาทั้งหมดยังไม่รวมกับหนี้สินก้อนใหม่ที่เกิดจากการตั้งงบประมาณปี 2562 แบบขาดดุลมากถึง 450,000 ล้านบาท และไม่รวมถึงหนี้สินที่จะต้องกู้เพิ่มเติมในอนาคตหากมีการลงทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหรือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต

3-3-60

คำถามก็คือจากสภาพหนี้สินของรัฐบาล ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่ยังมีปัญหาในหลายภาคส่วน แค่การส่งออกที่มีตัวเลขดีขึ้นเพียงเท่านี้จะสามารถทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นจริงๆได้อย่างไร???

 

Reference

https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1026755

https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1026488

http://www.pdmo.go.th/popup_money_data.php?year1=0&m1=01&y1=2017&m2=12&y2=2018&ts2_id=1&m=money&x=35&y=15

 

 

Share.

About Author

Comments are closed.