จับตาอนาคต “บัตรทอง-30บาท” เมื่อนโยบายนี้อาจเป็นภาระของภาครัฐ!!!

0
  • เลขาฯสปสช. ระบุว่ามีการเสนอแนวคิดการให้ประชาชนที่มีรายได้เกิน 1 แสนบาท “ร่วมจ่าย” ค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิบัตรทอง
  • อธิบดีกรมบัญชีกลางปฏิเสธไม่เคยเสนอแนวคิดให้ประชาชน “ร่วมจ่าย” บัตรทอง ระบุกรมบัญชีกลางดูแลแต่สิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการเท่านั้น
  • รมว.คลัง ยืนยันไม่มีแนวคิดให้ประชาชน “ร่วมจ่าย” ค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า
  • ในอดีต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ชี้นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และ 30 บาทรักษาทุกโรคทำให้เกิดความเสียหายต่อโรงพยาบาล และตั้งข้อสังเกตถึงความพร้อมของประเทศต่อนโยบายนี้

กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอีกรอบสำหรับโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง-30บาทรักษาทุกโรค) หลังจากสื่อมวลชนรายงานข่าวเรื่องกรมบัญชีกลาง และกระทรวงการคลัง มีแนวคิดที่จะลดสิทธิของประชาชนผู้ถือบัตรทอง โดยให้ประชาชนที่มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อปี ต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล เช่น จ่ายเงินเอง 10-20% ในปี 2562

เมื่อมีการรายงานข่าวดังกล่าวออกไปก็เกิดเสียวิพากษ์วิจารณ์ตามมาเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึง น.ส.กุลยา ตันติเตมิท โฆษกกระทรวงการคลัง ได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่ากระทรวงการคลังไม่เคยมีแนวคิดดังกล่าว เช่นเดียวกับ น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ที่ออกมาเปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางไม่เคยมีแนวคิดเรียกเก็บเงินจากผู้ถือบัตรทอง ซึ่งหน้าที่ในการดูแลบัตรทองเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขไม่ใช่กรมบัญชีกลาง ทั้งนี้กรมบัญชีกลางดูแลแค่สิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลบัตรทอง

14864545941486454656l

แต่ นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กลับระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงแนวคิดของอธิบดีกรมบัญชีกลางอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อเสริมสิทธิให้ผู้มีรายได้น้อย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องสิทธิของประชาชนซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคุยกัน โดยต้องมองผลประโยชน์ของประชาชนในภาพรวมให้มากที่สุด

14012011_3

เลขาฯ สปสช. กล่าวต่อไปว่า แม้ใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 5 จะมีการกำหนดเรื่องการร่วมจ่ายเงินอยู่ แต่ก็มีหลายวิธี ซึ่งจะต้องมีผลกระทบต่อประชาชนแน่นอน เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคแต่ละชนิดไม่เท่ากัน หากประชาชนต้องร่วมจ่าย 10% หากค่ารักษาโรคคือ 1 ล้านบาท ก็จะต้องร่วมจ่ายถึง 1 แสนบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่กล้าเข้าสู่กระบวนการรักษาแม้ว่าจำเป็น ดังนั้น ไม่เพียงแต่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังส่งผลต่อโรคและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศที่จะมากขึ้น

จากการรายงานข่าวล่าสุด จึงยังไม่รู้ว่าแนวคิดดังกล่าวมีจริงหรือไม่ จะเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะ กระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลางต่างปฏิเสธว่าไม่มีแนวคิดเรื่องการให้ประชาชนร่วมจ่ายสิทธิตามบัตรทอง แต่เลขาฯสปสช.กลับระบุว่าแนวคิดดังกล่าวมาจากอธิบดีกรมบัญชีกลาง

ซึ่งหากย้อนกลับไปฟังแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อปี 2558 ว่า โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าประชาชนได้ประโยชน์ แต่ก็เป็นประชานิยม ซึ่งตนเองขอตั้งคำถามว่าประเทศไทยพร้อมหรือยัง และยังระบุอีกด้วยว่านโยบายดังกล่าวทำให้โรงพยาบาลเสียหาย

นอกจากนี้รัฐบาลคสช. ยังเคยมีแนวคิดที่จะตรา พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับใหม่ โดยมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ซึ่งก็ล่มไปหลายครั้ง และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลคสช. ก็พยายามโยนหินถามทางถึงแนวคิดการให้ประชาชนร่วม “จ่ายเงิน” ในโครงการบัตรทองหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนเป็นอย่างมาก

aW1hZ2UvMjAxNy0xMi85MDZmYzU0MDUxMGFlNGNjMWFhNGYyY2JmOTU1NzAxZC5qcGc=

จริงอยู่แม้แนวนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะเป็นนโยบายที่รัฐต้องแบกภาระในการดูแลสุขภาพของประชาชนเกือบทั้งประเทศ แต่ต้องไม่ลืมว่าประชาชนทั้งประเทศก็เสียภาษีให้รัฐเช่นกัน และการเสียภาษีนั้นไม่เคยมีข้อยกเว้นแต่อย่างใด แนวคิดของผู้ออกนโยบายหลักประกันสุขภาพ หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค ก็คือการให้หลักประกันแก่ประชาชนไทยว่า หากเจ็บป่วยจะได้รับการรักษาและดูแลจากภาครัฐ ในฐานะที่ประชาชนนั้นเสียภาษีให้แก่รัฐบาล และสุขภาพของประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐต้องให้การดูแล

_96481154_34996826131_cc937497f5_k

ปัญหาและทางออกของเรื่องนี้ จึงไม่น่าจะเกี่ยวกับประชาชนว่าต้อง “ร่วมจ่าย” หรือไม่ แต่เป็นแนวคิดของรัฐบาลมากกว่าว่ามองหลักประกันสุขภาพของประชาชนเป็นอย่างไร??? เรื่องงบประมาณนั้นเป็นเรื่องที่สะท้อนการบริหารราชการแผ่นดิน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลเช่นกัน

_96481162_34282986664_ea4fd08cd7_k

จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องถามต่อภาครัฐในฐานะของผู้เสียภาษีว่า รัฐบาลคิดจะดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างไร??? อย่าลืมว่าข้าราชการนั้นได้สิทธิในการรักษาในโรงพยาบาลรัฐเต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง ซึ่งวงเงินนั้นน่าจะมากกว่าที่ประชาชนได้รับต่อคนเป็นอย่างมาก และแนวคิดที่จะให้ผู้ถือบัตรทองที่มีรายได้น้อยกว่า 1 แสนบาทต่อปีไม่ต้องร่วมจ่ายเงินนั้น จะทำให้บัตรทองมีสภาพเป็น “บัตรอนาถา” หรือไม่???

_96481156_34741249320_dc58f5557b_k

 

Reference

https://www.sanook.com/money/594389/

https://www.prachachat.net/finance/news-214705

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/88765

https://news.mthai.com/politics-news/451734.html

https://www.bbc.com/thai/thailand-40269992

 

Share.

About Author

Comments are closed.