สัญญาณเลือกตั้ง กับโจทย์ 250 ส.ส. ปัญหาใหญ่ของคสช.!!!

0
  • ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง ส.ว. แล้ว
  • การเลือกตั้งจะจัดขึ้นภายใน 150 วันหลังจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง, พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง, พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. บังคับใช้ โดยการเลือกตั้งจะจัดขึ้นช้าที่สุดภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562
  • แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ระยะแรก ส.ว. เข้ามาร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี แต่การจะบริหารประเทศได้ก็ต้องมีเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. ไม่น้อยกว่า 250 คนเช่นกัน
  • วันนี้ปัญหาของ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ หากคิดจะเป็นนายกฯหรือจัดตั้งรัฐบาล คือ เสียงในสภาผู้แทนฯ

หลังจากเว็ปไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ถือได้ว่าการประกาศบังคับใช้กฎหมายทั้งสองฉบับนี้ เป็นภาพที่ชัดเจนที่สุดในรอบ 4 ปี ว่าการเลือกตั้งนั้นกำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ราชกิจจา-1024x576-1

  โดยตามมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ 2560 นั้นมีการกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่าให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน หลังจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง, พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง, พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. บังคับใช้ ทั้งนี้การนับระยะเวลา 150 วันนั้นจะเริ่มนับได้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2561 เนื่องจาก สนช. นั้นมีมติให้เลื่อนการบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ออกไป 90 วัน ซึ่งทำให้การเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นอย่างช้าที่สุดภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562

CiHZjUdJ5HPNXJ92GOyaybtnOCPEBhUvIH

ตอนนี้กลุ่มนักการเมืองก็กำลังเรียกร้องถึงการปลดล็อกทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การเตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้ง ในขณะที่ปัญหาสำคัญซึ่งเป็นโจทย์ในการเลือกตั้งของบรรดาพรรคการเมือง คือ การเลือกนายกรัฐมนตรี เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ 2560 การเลือกตั้งในครั้งนี้ จะมี ส.ว. ที่มาจากการคัดเลือกของ คสช. ถึง 250 และมีสิทธิในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย

image_big_5b8e4fc9be1c7

ซึ่งจากสถานการณ์เช่นนี้ การที่ คสช. จะกำหนดตัวบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเรียกได้ว่ามีเสียงสนับสนุนในรัฐสภาไว้แล้วถึง 250 เสียง แต่โจทย์สำคัญสำหรับ คสช.ในวันนี้กลับกลายเป็นเสียงสนับสนุนและที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหากจะเป็นนายกรัฐมนตรีและบริหารประเทศได้จำเป็นที่จะต้องมีเสียงในสภาผู้แทนฯ ไม่น้อยกว่า 250 เสียงเช่นกัน

  เพราะแม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ ส.ว. มีสิทธิ์ในการโหวตนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาช่วยโหวตเรื่องการออกกฎหมาย และการทำงานในส่วนของฝ่ายบริหารหรือนิติบัญญัติได้เหมือนกับ ส.ส. แม้ว่าจะมีบรรดาองค์กรอิสระและกรรมการยุทธศาสตร์ชาติหนุนหลัง ก็ไม่สามารถเป็นตัวช่วยในส่วนนี้ได้

711

สถานการณ์ทางการเมืองของคสช. ในวันนี้จึงไม่สดใสนัก เพราะด้วยการบริหารงานและผลงานที่ผ่านมาในห้วงเวลากว่า 4 ปี นั้น อาจเรียกได้ว่าสอบไม่ผ่านในสายตาประชาชน โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ด้านต่างๆ ซึ่งแม้จะไม่มีผลมากนักในการบริหารประเทศเมื่ออยู่ในสถานะรัฐบาลทหาร แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการเลือกตั้ง และสภาพรัฐบาลปกติที่ไม่มีมาตรา 44 ถือเป็นเรื่องที่ยากมากๆที่ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน

image_big_5aaa3d5d59a14

และวันนี้ คสช. เองก็ยังไม่น่าจะมีคำตอบสำหรับโจทย์สำคัญอย่างการมีเสียง ส.ส. ในสภาผู้แทนฯอย่างน้อย 250 เสียง เพราะ วันนี้พรรคและกลุ่มการเมืองที่น่าจะสนับสนุน คสช. อย่างชัดเจน คงจะมีไม่กี่กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มนั้นก็ไม่สามารถการันตีตัวเลข ส.ส. ที่แน่นอนได้ แตกต่างกับพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคเพื่อไทย ที่มีฐานเสียงที่มั่นคงและชัดเจน หรือแม้แต่พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งแม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่ก็มีกระแสการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนไม่น้อย

อนาคตสำหรับ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ อาจเรียกได้ว่า หากอยากเป็นนายกฯ คงไม่ยาก แต่จะบริหารประเทศหลังจากนี้คงไม่ง่ายเสียแล้ว!!!   

 

Reference

https://www.matichon.co.th/politics/news_1127849

https://prachatai.com/journal/2018/09/78671

Share.

About Author

Comments are closed.