ไม่ยอมจบ!!! ป.ป.ช.ยันอุทธรณ์คดีฟื้นฟู TPI เล่นงาน “ทักษิณ”

0
  • ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เผยเตรียมยื่นอุทธรณ์คดี “ทักษิณ” ฟื้นฟู TPI หลังศาลพิพากษายกฟ้อง
  • ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกฟ้อง “ทักษิณ” คดีฟื้นฟู TPI ระบุไม่มีเจตนาพิเศษ ป.ป.ช. ไม่มีพยานหลักฐานเอาผิด
  • คดี TPI เกิดจากการที่ บริษัท TPI ประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรงในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา เพราะ TPI เป็นบริษัทด้านพลังงาน หากถูกเจ้าหนี้ต่างชาติ Take Over จะส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงาน
  • ป.ป.ช. อ้างกฎหมายเอาผิด ดร.ทักษิณ และ อดีต รมว. คลัง จากการเข้าไปช่วยแก้ไขวิกฤติ TPI

เป็นไปตามที่หลายคนคาดสำหรับท่าทีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ที่ยังไม่ยอมจบคดีฟื้นฟู TPI กับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แม้ว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้วก็ตาม

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษายกฟ้อง ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีอนุมัติให้กระทรวงการคลังเข้าไปบริหารจัดการแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPI ซึ่งคดีนี้ ป.ป.ช. เป็นผู้ยื่นฟ้อง แม้ศาลจะมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว แต่ทาง ป.ป.ช. ก็มีมติเตรียมที่จะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพราะกรณีนี้ศาลก็วินิจฉัยแล้วว่า ป.ป.ช. สามารถยื่นอุทธรณ์ได้

IMG_1086-e1458546508132

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าการยื่นอุทธรณ์คดีดังกล่าว เป็นเพราะ ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยใช่หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ไม่เกี่ยว แต่เมื่อ ป.ป.ช. เป็นผู้ฟ้อง และสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ก็ต้องทำให้สิ้นกระบวนความ สิ้นสงสัย โดยเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการทำคดีของ ป.ป.ช. ต่ออดีตนายกรัฐมนตรีนั้น หากไม่หยิบยกมาทำก็จะมีคำวิพากษ์วิจารณ์เช่นกันว่า ทำไมไม่อุทธรณ์

โดยประธานกรรมการ ป.ป.ช. ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ตามครรลองของการทำหน้าที่ ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

ย้อนกลับไปดูเรื่องราวของคดีฟื้นฟู TPI กันบ้าง คดีนี้เป็นหนึ่งในผลพวงของ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งให้อำนาจพิจารณาคดีลับหลังจำเลย และเมื่อยื่นฟ้องแล้วคดีจะไม่มีอายุความ ซึ่งคดีฟื้นฟู TPI นี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้รับฟ้องคดีนี้ไปเมื่อวันที่  6 มิถุนายน 2561

ซึ่งคดีนี้ ป.ป.ช. นั้นชี้มูลความผิดกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ อดีต รมว.คลัง(เสียชีวิตแล้ว) โทษฐานที่เห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท TPI โดย ป.ป.ช. มองว่าเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลังในการเข้าไปบริหารบริษัทเอกชน และอ้างความผิดตามมาตรา 10 ตามพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2546 ว่าทำให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และได้ส่งเรื่องต่อให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ฟ้องคดีดังกล่าว

REFINING-PETROCHEMICAL-5

แต่เมื่ออัยการสูงสุดรับสำนวนจาก ป.ป.ช. ไปพิจารณาแล้ว กลับมีมติไม่สั่งฟ้อง และแม้ ป.ป.ช. จะมีการตั้งคณะทำงานพิจารณาคดีร่วมกันระหว่าง ป.ป.ช.และอัยการสูงสุด แต่ก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทำให้ ป.ป.ช. ตัดสินใจฟ้องคดีดังกล่าวด้วยตัวเอง

สำหรับเส้นทางของบริษัท TPI นี้ เริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจของตระกูล “เลี่ยวไพรัตน์” นำโดยนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ในช่วงปี พ.ศ.2520 โดย TPI เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อเป็นระยะเวลานับทศวรรษจนกลายเป็น อุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และมีพันธมิตรทางการเงินที่สำคัญก็คือ “ธนาคารกรุงเทพ” แต่วิกฤติเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ในช่วงปี 2540 ก็ทำให้ TPI ประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง จากเงินกู้ต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจากค่าเงินบาทที่ถูกลอยตัว โดยในช่วงเวลานั้น TPI กลายเป็นบริษัทที่มีหนี้สินมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยหนี้เงินกู้กว่า 3,500 ล้านเหรียญฯ หรือประมาณ 133,643 ล้านบาท และเกิดปัญหาในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน กับการปรับโครงสร้างหนี้ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้

278146

ความขัดแย้งที่รุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ทำให้มีความพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงการคลังเข้ามาให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากบริษัท TPI นั้นไม่ใช่บริษัทธรรมดา แต่เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านกิจการพลังงานและปิโตรเลียม ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก หาก TPI ถูกเจ้าหนี้ซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติเข้ามาถือครองจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก และอาจจะเกิดปัญหาลูกโซ่ตามมา หากรัฐบาลไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินจำนวนมหาศาลในระบบธนาคาร และทำให้เอกชนที่มีฐานะเป็นลูกหนี้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปได้ ก็อาจส่งผลทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินของไทยต้องล้มตามไปอีก

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้รัฐบาลของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงเวลานั้นตัดสินใจให้กระทรวงการคลังเข้าร่วมแก้ไขปัญหาของ TPI  แต่ทว่า ป.ป.ช. กลับมองแต่ช่องทางกฎหมาย และเอามาใช้เอาผิดกับอดีตนายกรัฐมนตรีโดยไม่ได้มองถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

Taksin Chinnawat

อย่างไรก็ตามแม้ ป.ป.ช. จะเดินหน้าฟ้องคดีดังกล่าว แต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็มีคำพิพากษาด้วยเสียงข้องมากในวันที่ 29 สิงหาคม 2561 ยกฟ้อง ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยศาลเห็นว่า

“การที่นายทักษิณ ไม่ทักท้วงกรณีกระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัททีพีไอ ไม่ได้มีเจตนาพิเศษที่จะแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองหรือเพื่อผู้อื่น

นอกจากนี้ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่าการเข้าบริหารแผนพื้นฟูของกระทรวงการคลังในกิจการทีพีไอ เกิดจากความยินยอมของธนาคาร ลูกหนี้ สหภาพแรงงาน รวมทั้งเป็นไปตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง โดยกระทรวงการคลัง ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่ดูแลแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ พยานหลักฐานของโจทก์ตามทางไต่สวน ยังฟังไม่ได้ว่าเมื่อกระทรวงการคลัง เข้าบริหารแผน และจ่ายค่าตอบแทนให้กับคณะผู้บริหาร ที่โจทก์อ้างว่าเป็นพรรคพวกของจำเลย รวมทั้งการซื้อขายหุ้นเพิ่มทุนของกิจการทีพีไอกำหนดให้ซื้อเพียงหน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง

ข้อกล่าวหาที่โจทก์ฟ้องยังไกลเกินกว่าเหตุ ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตฯ จึงพิพากษายกฟ้อง”

931482-img.rkm3k3.q5bk

ซึ่งคดีนี้ถือเป็นคดีแรกของ ดร.ทักษิณ ที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่ ป.ป.ช. ก็ยังไม่ยอมจบ และจะอุทธรณ์เพื่อดำเนินคดีต่อไป  ถือเป็นเป็นความตั้งใจทำงานของ ป.ป.ช. ที่แตกต่างจากคดีอื่นๆอีกหลายคดี เช่น GT200 คดีนาฬิกาหรู และอีกหลายคดีที่ผู้ต้องหาไม่ใช่คนจากฟากฝั่งของ ดร.ทักษิณ เป็นอย่างมาก!!!

 

Reference

https://www.khaosod.co.th/politics/news_1836760

https://voicetv.co.th/read/B1KDyESxm

https://news.thaipbs.or.th/content/274292

 

Share.

About Author

Comments are closed.