ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สืบทอดอำนาจจบไม่สวย!!!

0

เมื่อพูดถึงการเมืองไทยในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าความตึงเครียดกำลังเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ดูเหมือนว่าจะเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง จากการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2562 แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คาด เนื่องจากความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งนั้นดูจะเลื่อนลอยกว่าที่คิด จากกระแสข่าวการเลื่อนการเลือกตั้ง จนหลายคนเริ่มไม่มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้หรือไม่

เมื่อย้อนกลับมาพิจารณาในแง่ประวัติศาสตร์การเมืองของไทย เมื่อเกิดการยึดอำนาจน้อยครั้งมากๆ ที่ผู้ยึดอำนาจจะไม่หาทางสืบทอดอำนาจด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง สำหรับประเทศไทยแล้ว เรามีการรัฐประหารยึดอำนาจมาแล้วมากถึง 13 ครั้ง แต่หากนับตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นต้นมาการยึดอำนาจของกองทัพไทย มักจะกระทำแล้วเปลี่ยนผ่านอำนาจไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบทเรียนของรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ที่ทำการรัฐประหารวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 เพื่อยึดอำนาจจากตนเอง ซึ่งจบลงด้วยการนองเลือดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

Untitled-1-16

14tula-696x481

โดยการรัฐประหารหลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 คือ การรัฐประหารในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 หลังเหตุการณ์นองเลือดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในเวลานั้น ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช แล้ว แต่งตั้งนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งรัฐบาลของนายธานินทร์ อยู่ได้เพียง 1 ปี 12 วัน ก็ถูก พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐประหารในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 ซึ่งมองได้ว่าเป็นการรัฐประหารเพื่อกระชับอำนาจของกลุ่มทหารในช่วงเวลานั้น โดยมี พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในเวลานั้น มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกว่า 2 ปี

6tula_01

image-15

ภายหลังจากที่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ต่อเนื่องด้วยช่วงที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อเนื่องอีกกว่า 8 ปี ซึ่งประเทศไทยไม่มีการรัฐประหารยาวนานกว่า 13 ปี ก่อนจะมีการรัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ 2534 โดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ

การรัฐประหารในปี 2534 นี้ ก็นำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ หลังจากที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก กระทำการเสียสัตย์เพื่อชาติ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากที่การเลือกตั้งไม่สามารถหาข้อสรุปของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ นำไปสู่การประท้วงและเหตุการณ์นองเลือด เนื่องจากประชาชนมองว่า พล.อ.สุจินดา คราประยูร นั้นพยายามสืบทอดอำนาจของตัวเอง

prime19

_101606897_1992

หลังจากว่างเว้น การรัฐประหารไปอีก 15 ปี ก็มีการรัฐประหารอีกครั้งในวันที่ 19 กันยายน  2549 โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งการยึดอำนาจครั้งนี้ พล.อ.สนธิ ก็ไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอง แต่ส่งมอบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้แก่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งก็อยู่ในตำแหน่งเพียง 1 ปี 120 วัน ก่อนจะมีการเลือกตั้ง

1389934096-BigBang-o

จะเห็นได้ว่ากองทัพไทยนั้น มีบทเรียนราคาแพงเกี่ยวกับการยึดอำนาจ โดยเฉพาะหากผู้ก่อการยึดอำนาจ แต่งตั้งตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี และพยายามสืบทอดอำนาจ สุดท้ายไม่เคยจบลงอย่างสวยงามแม้แต่ครั้งเดียว

_99459641_cover-2

การที่คณะคสช. ก่อการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 นี้ ก็เช่นกัน วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้วกว่า 4 ปี มีการจัดทำกฎหมายที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ มีพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯต่อ ซึ่งก็อาจมองได้ว่าเป็นอีกความพยายามในการสืบทอดอำนาจ แต่วันนี้การเลือกตั้งก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีหรือไม่ จะเลื่อนออกไปมากแค่ไหน ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ คำถามที่น่าสนใจก็คือ การเมืองไทยในยุคคสช. จะจบลงแบบไหน เพราะตามประวัติศาสตร์แล้ว หากไม่มีการเลือกตั้ง หากรัฐบาลทหารพยายามสืบทอดอำนาจ สุดท้ายไม่เคยจบสวยสักครั้ง!!!

 

Reference

https://th.wikipedia.org/wiki/รัฐประหารในประเทศไทย

 

Share.

About Author

Comments are closed.