เข้าทาง!!! ตู่-ป้อม ประสานเสียง งบซื้ออาวุธจำเป็น หลัง C-130 ขัดข้อง!!!

0

แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมเป็นอย่างมากเรื่องการใช้งบประมาณกับกองทัพ รวมไปถึงการจัดซื้ออาวุธ จนถึงขั้นมีการนำเสนอนโยบายจากพรรคการเมืองให้มีการลดงบการทหาร ปฏิรูปกองทัพ และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แต่ล่าสุดหลังจากเหตุการณ์เครื่องบิน C130 ของกองทัพอากาศที่นำคณะนายกรัฐมนตรีไปตรวจราชการที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ เกิดขัดข้องจนต้องลงจอดฉุกเฉิน จะกลายเป็นเหตุผลในการจัดซื้ออาวุธและเครื่องบินใหม่ไปเสียแล้ว

หลังจากมีการรายงานเหตุการณ์เครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ หมายเลข 60109 ซึ่งนำคณะนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รองนายกฯ ซึ่งจะเดินทางไปตรวจราชการที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และกระบี่ แต่เครื่องบินเกิดใบพัดขัดข้อง หลังขึ้นบิน 45 นาที ต้องบินวนกลับมาเปลี่ยนเครื่องใหม่เป็น CN295 ของกองทัพบกแทน

C_130_L8_02_23_60102_Don_Muang_11_Jan_08_Thai_Ranger

เรื่องดังกล่าวทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอโทษชาวสมุยที่ทำให้ต้องรอนานกว่า 1 ชั่วโมง พร้อมใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงการใช้งบประมาณจัดซื้อยุทโธปกรณ์

4DQpjUtzLUwmJZZPFiLxavmHOMI79A26zCvL6EWdwHfB

“มาถึงที่นี้ไม่มีอะไรสกัดกั้นได้ แม้แต่เครื่องบิน ขอให้รู้ว่าการที่เราต้องซื้ออุปกรณ์กองทัพเป็นอย่างไร เพราะในวันข้างหน้าก็ต้องใช้ขนประชาชน และใช้ในยามที่เดือดร้อน เช่น พายุปาบึก ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เครื่องบินบางลำอายุมากกว่าตัวเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ระบุว่า การใช้งบประมาณเพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์มีความจำเป็น โดยเฉพาะเครื่องบิน C-130 นั้นเก่าแล้ว ใช้มากว่า 30 ปี งบประมาณของกระทรวงกลาโหมก็ถือว่ามีความจำเป็นในการซื้อยุทโธปกรณ์ รวมถึงที่ผ่านมางบประมาณของกระทรวงกลาโหมก็ใช้ไปตามความจำเป็น ไม่ได้มากขึ้น งบประมาณเท่าเดิมทุกอย่างประมาณ 7.5 เปอร์เซ็นต์

02-04-18-10

“งบประมาณกระทรวงกลาโหมมีความจำเป็น เพราะต้องใช้ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชน และใช้ในการป้องกันประเทศ จะมีความสำคัญหรือไม่ก็ต้องไปคิดดูเองแล้วกัน” พล.อ.ประวิตร กล่าว

อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลา 5 ปีงบประมาณ ของรัฐบาลคสช. มีการใช้งบประมาณกับกระทรวงกลาโหมไปแล้วกว่า 1,061,171 ล้านบาท จัดซื้ออาวุธไปมากกว่า 85,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณที่ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน

สำหรับเครื่องบิน C-130 นั้น กองทัพอากาศไทยมีประจำการทั้งหมด 12 ลำ เป็นรุ่น C-130H เข้าประจำการตั้งแต่ปี 2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน โดยในปัจจุบันราคา C-130H อยู่ที่ลำละประมาณ 30 ล้านเหรียญฯ หรือ ราว 960 ล้านบาท ส่วน C-130J ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพและความทันสมัยสูง ราคาอยู่ที่ลำละ 100-167 ล้านเหรียญ หรือ ราว 3,200-5,344 ล้านบาท

640x390_644930_1430274816

59ee06ee8c111

คำถามที่น่าสนใจก็คือ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การจัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ของกองทัพ มีการคำนึงการจัดซื้อก่อนและหลังอย่างไรบ้าง??? เหตุใด ถ้าเครื่องบินขนส่งอย่าง C-130 นั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และมีความจำเป็นต้องจัดซื้อ จึงไม่ทำการจัดซื้อก่อน แต่กลับเอางบประมาณจำนวนมาก ไปจัดซื้อเรือดำน้ำ เครื่องบินรบ และรถถังที่มีความจำเป็นน้อยกว่า???

 

 

Reference

https://news.thaipbs.or.th/content/277878

https://hilight.kapook.com/view/184308

 

 

Share.

About Author

Comments are closed.