รัฐศาสตร์ จุฬาฯ เปิดวงเสวนา “โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง’62”

0

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานเสวนาหัวข้อ “โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง” ที่ อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ , รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี , ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร , ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล และ รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง ดำเนินรายการโดย รศ.เวียงรัฐ เนติโพธิ์

ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า เงื่อนไขของการเลือกตั้งคือต้องเปิดกว้างและยุติธรรม แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่ขัดแย้ง การเมืองเต็มไปด้วยความขัดแย้ง มันเกิดปัญหาในเรื่องความชอบธรรมในการเลือกตั้ง เช่น คนที่เลือกตั้งล่วงหน้าบางคนถึงกับตั้งคำถามว่าคะแนนของตนเองจะถูกส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งของตนหรือไม่ เป็นต้น

เดิมปัญหาทางการเมืองเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ แต่กลับกลายเป็นว่าในช่วงโค้งสุดท้ายจะกลายเป็นเรื่องของการที่ประชาชนจะเอาหรือไม่เอาระบอบเผด็จการ ซึ่งโค้งสุดท้ายนี้ คนที่เดินเกมยากที่สุดคือ พรรคประชาธิปัตย์

ประเด็นที่ชาวต่างชาติและสื่อต่างชาติสนใจ คือไม่ได้สนใจว่าประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยหรือไม่ แต่สิ่งที่สนใจคือ หลังการเลือกตั้งประเทศไทยจะวุ่นวายหรือไม่ การมีประชาธิปไตยก็เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือต้องมีเสถียรภาพด้วย

สิ่งหนึ่งที่การเลือกตั้งรอบนี้สร้างขึ้นคือ ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ยอมรับในแง่ที่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นทางออกของปัญหา

ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล กล่าวว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นกลุ่มคนที่เลือกตั้งเป็นครั้งแรก มีจำนวน 6,426,014 คน ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่เน้นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หากมองกันตามตรงพรรคอนาคตใหม่ แทบจะเป็นพรรคเดียวที่ให้ความสนใจกับคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง พรรคการเมืองเก่าๆ ส่วนใหญ่มีฐานเสียงเดิมอยู่แล้ว นโยบายส่วนใหญ่เป็นการเน้นฐานมวลชนของตนเอง ซึ่งยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง หากเปรียบเทียบเชิงตัวเลขแล้ว กลุ่มคนรุ่นใหม่ ก็มีจำนวนไม่น้อยไปกว่ากลุ่ม Gen X หรือ Gen Y เลย

 

การวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นสิ่งที่ทำให้ Frist Time Voter รู้สึกว่าเขาจะไม่มีที่ยืน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาต้องการอะไร และเชื่อว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะไม่อยู่กับเราในอีก 10 ปีข้างหน้า

รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี มองว่า การเลือกตั้งถูกยื้อมานาน เป็นการสะสมปัญหาของการรัฐประหาร ระบบการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นเครื่องมือการจัดระเบียบทางการเมืองระบอบใหม่ ระบอบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ภายใต้การนำของกลุ่มอนุรักษ์นิยม เพื่อรักษาฐานรากที่มั่นคงทางการเมืองไว้ให้ได้นานที่สุด

C7A57C1D-3A6B-485C-9716-DD8D572C0935

หลังการเลือกตั้งครั้งนี้อาจมีความเป็นไปได้หลายอย่าง เช่น จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้แต่เลือกนายกฯได้ , จัดตั้งรัฐบาลได้แต่เลือกนายกฯไม่ได้ หรืออาจเป็นการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อแก้ไขกฎเกณฑ์บางอย่างเพื่อให้ประเทศก้าวต่อไปได้ และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้คือการที่มีคนร้องเรียนให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ฯ เป็นนายกต่อไป

สำหรับมุมมองของประชาชน ประเทศไทยมองแล้วว่าการเลือกตั้งจะเป็นเครื่องมือสำหรับการเปลี่ยนผ่าน แต่กลับกลายเป็นว่าชนชั้นนำยังไม่มองว่าการเลือกตั้งเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย

Share.

About Author

Comments are closed.