ขำไม่ออก!!! เมื่อความรุนแรงคือทางออกของความเห็นต่างในสังคมไทย

0

ความขัดแย้งทางการเมืองของไทยนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในวงการการเมืองอีกต่อไปแล้ว เมื่อหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมนั้น เกิดขึ้นจากความเห็นต่าง ซึ่งไม่จบอยู่แค่ที่ความแตกต่างทางความคิด แต่กลับกลายเป็นความรุนแรงต่อกันถึงขั้นทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สิน

ล่าสุดคือกรณีไอจีของ a_adisorn ของนายอดิศร โสภา หรือ เอ ประธานบริษัท Elegance Group และเป็นผู้บริหารบริษัท NEXT Company บริษัทด้านงานบันเทิง สื่อวิทยุ และผู้จัดงานคอนเสิร์ต ซึ่งได้โพสต์ว่า #ดักตบอีช่อช่อง Arrival วิธีเอาชนะความเกลียดแบบอยู่หมัด ให้มึงคนเดียว #อีช่อหนักแผ่นดิน #อีช่อคอสั้น #อีช่อคางทูม #อนาคตใหม่กับพวกมึงกูไม่เอา โดยโพสต์ดังกล่าวได้มีดาราและเซเลปในวงการบันเทิงหลายคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นสนับสนุน เช่น อมิตา ทาทายัง พีท พล และอีฟ พุทธธิดา ซึ่งชัดเจนว่า “ช่อ” นั้นหมายถึง น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่

capture-20190708-091703

03

พีทพล2

เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ถึงการสนับสนุนการใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ไขปัญหา แม้ความคิดเห็นทางการเมืองจะเป็นสิทธิส่วนบุคคลภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่การกระทำดังกล่าวก็อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ในการหมิ่นประมาท และมาตรา 392 ข่มขู่คุกคาม

ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการข่มขู่คุกคามว่าจะมีการทำร้ายร่างกาย เป็นการ bully ที่ไม่สมควรเกิดขึ้นไม่ว่ากับใคร สำหรับสังคมไทยนั้น ความรุนแรงกลับไม่ใช่แค่การข่มขู่ หรือการ bully ในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เช่น กรณีการทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินของนายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง ที่ถูกทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินมาแล้วถึง 9 ครั้งแต่ยังไม่สามารถจับกุมกลุ่มผู้ก่อการได้

97282AF1B48744EAB37C1401868A9F82

40548460613_a86a4f2657_c

เช่นเดียวกับกรณีล่าสุดของ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ถูกรุมทำร้ายจากกลุ่มบุคคล 4 คนจนบาดเจ็บสาหัส ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ ซึ่งนายสิรวิชญ์ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย ตนได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุ้มครองพยาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นเงื่อนไขหากต้องการให้คุ้มครองพยานนั้น นายสิรวิชญ์จะต้องหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วย ซึ่งเรื่องนี้ตนยังไม่ได้ให้คำตอบกลับไปแต่อย่างใด

image_big_5d15cc9da80cc

D-JQl5tU8AEtgyg

เรื่องดังกล่าวนั้นได้รับการยืนยันจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหมว่า “ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการ ขณะนี้ตนเองได้รับรายงานว่า จ่านิว ได้กลับบ้านแล้ว ซึ่งความหมายของการไม่ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ไม่ให้จ่านิวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก”

p05q7332

ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอีกครั้ง เพราะเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะคุ้มครองพยานนั้น คือ เงื่อนไขที่ต้องการจำกัดการใช้สิทธิเสรีภาพในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งนำไปสู่คำถามว่าหากไม่หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง ตำรวจจะไม่คุ้มครองใช่หรือไม่??? แสดงว่าเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมือง คือสาเหตุของความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับ “จ่านิว” ใช่หรือเปล่า??? แล้วใครคือคนสั่งการให้มีการทำร้ายผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองที่ตรงข้ามกับรัฐบาล และคสช.???

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างมากของสังคมไทย เพราะวันนี้ความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ภาวะที่ผู้เห็นต่างทางการเมือง อาจถูกดักตบ ดักทำร้ายเมื่อไหร่ก็ได้ และยังไม่มีการดำเนินคดีหรือจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งหากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ความรุนแรงในสังคมจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นแน่นอน!!!

 

Reference

https://www.khaosod.co.th/politics/news_2690915

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_2690653

Share.

About Author

Comments are closed.