ฝ่ายค้านสับเละ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 แสนล้านเอื้อนายทุน!!!

0

หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 316,813 ล้านบาท ไปเมื่อวานก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาพอสมควร แน่นอนว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น แต่ช่องทางการใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกต้อง และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตรงจุดนั้นมีความสำคัญมากกว่าการใช้เม็ดเงิน

โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.16 แสนล้านที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบนั้นมี 4 มาตรการ ได้แก่

1.มาตรการบรรเทาค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เป็นเวลา 2 เดือน โดยแยกเป็นการเติมเงินเข้าบัตรคนจนทุกราย 500 บาท/เดือน/คน เพิ่มเงินผู้สูงอายุที่ถือบัตรคนจนอีก 500 บาท/เดือน/คน และผู้ถือบัตรคนจนที่มีภาระดูแลเด็กแรกเกิดเพิ่มเงินให้อีก 300 บาท/คน/เดือน ในเดือนสิงหาคมถึงกันยายนนี้

1566290259247

2.มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง มี 3 โครงการ ได้แก่ 1.ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรลูกค้าธนาคารธ.ก.ส. ในจังหวัดที่ประกาศเขตภัยแล้ง สำหรับเกษตรกรที่มีเงินต้นไม่เกิน 300,000 บาท ให้ชำระดอกเบี้ย 0.1% ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2562 ถึง 31 กรกฎาคม 2563 2.ขยายเวลาชำระเงินกู้ลูกค้าธ.ก.ส. ในจังหวัดที่ประกาศเขตภัยพิบัติแล้ง ยืดเวลาชำระหนี้ออกไป 2 ปีไม่จำกัดวงเงิน นับจากงวดชำระเดิมแต่ไม่เกิน 31 กรกฎาคม 2564 3.สนับสนุนต้นทุนการผลิตให้แก่ชาวนา ในปีการผลิต 2562/63 โดยให้เงินสนับสนุนค่าปลูก 500 บาท/ไร่ ไม่เกิน 20 ไร่/ราย

3.มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศตามโครงการ “ชิม ช็อป ใช้” สนับสนุนเงิน 1,000 บาท/คน ผ่านระบบ “จี วอลเลท” จำนวน 10 ล้านคน ระหว่างวันที่ 27 กันยายน ถึง 30 พฤศจิกายน 2562 และได้รับเงินคืน 15% ของยอดค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,500 บาท/คน จากการใช้จ่ายในสินค้าดังนี้คือ ที่พัก อาหาร และสินค้าโอท็อป

e6113271-969f-4cda-9232-4b0c5b468724

4.มาตรการส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศสำหรับ SME รายย่อย กองทุนสสว.มีวงเงินให้กู้ 10,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% ต่อปี สินเชื่อทั่วไป สามารถกู้ผ่านสินเชื่อธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย วงเงิน 100,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 4% ต่อปี และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนซื้อเครื่องจักรสามารถนำเงินลงทุนมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่าของเงินลงทุน โดยทยอยหักเป็นเวลา 5 ปี โดยมาตรการจะมีผลตั้งแต่ครม. อนุมัติไปจนถึง 31 มีนาคม 2563

หลังจากมีการประกาศมติครม. ดังกล่าวออกไปก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาจากหลายฝ่าย ถึงเรื่องการใช้งบประมาณ และผลสำเร็จของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว โดยเฉพาะการสนับสนุนเงิน 1,000 บาทเพื่อท่องเที่ยวว่าสะท้อนความอับจนทางปัญญาของรัฐบาลชุดนี้ โดยระบุว่า การใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต้องเน้นที่งบลงทุน ไม่ควรเพิ่มรายจ่ายที่ไม่ใช่การลงทุน โดยเฉพาะเมื่อที่มาของงบประมาณเป็นเงินกู้หรือการสร้างหนี้ของรัฐบาล เพราะจะมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยมาก อีกทั้งการใช้งบประมาณเพื่อการบริโภคของประชาชนควรช่วยเหลือคนที่มีความจำเป็น เช่นคนตกงาน หรือภัยพิบัติ มิใช่ไปส่งเสริมให้คนไปเที่ยว

Content-จาตุรนต์-ฉายแสง-01

ยิ่งมีข่าวว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ กำลังจะของบเพิ่มอีกเป็นหมื่นล้านเพื่อใช้แจกไม่อั้น ยิ่งน่าเป็นห่วง ถ้ารัฐบาลคิดแบบนี้ เศรษฐกิจยิ่งถดถอยแน่นอนครับ” นายจาตุรนต์กล่าว

ด้านนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามสดในการประชุมสภา ถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยระบุว่างบการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.16 แสนล้านนั้นใช้กระตุ้นเศรษฐกิจจริงๆไม่ถึง 1 แสนล้านบาท เพราะเอาเงินไปเอื้อเจ้าสัว ต้องใช้เงินผ่านระบบเครื่อง เงินไม่ถึงฐานราก สร้างความเหลื่อมล้ำมากขึ้นไปอีก สะท้อนถึงการบริหารที่ล้มเหลว พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า GDP จะโตแค่ 2.3% ต่ำกว่าเพื่อนบ้าน การส่งออกก็ติดลบจากค่าเงินบาทที่แข็งตัว และขอเรียกร้องให้เอาความจริงมาพูด อย่าหลอกชาวบ้าน

DSC_4119

จะเห็นได้ว่าจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลพยายามจะทำนั้น เน้นไปที่การให้เงินช่วยเหลือเป็นสำคัญ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจก็คือ เงินที่จ่ายออกไปนั้นจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากแค่ไหน อย่าลืมว่ามาตรการที่รัฐบาลออกมาทั้ง 4 ข้อ เป็นเหมือนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แจกเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจ แต่ปัญหาที่มียังคงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งก็คงต้องมาดูกันว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้จะมีผลเป็นอย่างไร จะทำให้เศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้นบ้างหรือไม่??? หรือจะเป็นเพียงการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ!!!

 

Reference

https://www.khaosod.co.th/economics/news_2819011

https://www.khaosod.co.th/politics/news_2821765

https://www.khaosod.co.th/politics/news_2821973

 

Share.

About Author

Comments are closed.