รอดยาก!!! “เอ๋” งานเข้า กฤษฎีกาชี้ฟาร์มไก่อยู่ในเขตป่าสงวน!!!

0

ยืดเยื้อกันมานาน ในที่สุดก็เริ่มจะชัดเจนแล้ว กับกรณีที่ดินฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม จังหวัดราชบุรี ของ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความชัดเจนว่าที่ดินดังกล่าวยังคงเป็นป่าสงวนแห่งชาติ

เรื่องราวดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ แจ้งความเอาผิด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ บุกรุกพื้นที่ป่าไม้และป่าสงวนแห่งชาติฯ กว่า 46 ไร่ และครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก.โดยมิชอบกว่า 682 ไร่ จากการปลูกสร้างโรงเรือนทำฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ต่อมา ส.ป.ก.รับมอบพื้นที่ ส.ป.ก.คืนจาก น.ส.ปารีณา พร้อมระบุว่า การถือครองที่ดิน ส.ป.ก.ของ น.ส.ปารีณา หากส่งคืนแล้วไม่มีบทลงโทษตามกฎหมาย ส.ป.ก. เว้นแต่จะมีความผิดในที่ดินตามกฎหมายอื่น ซึ่งกรมป่าไม้ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อสอบถามความเห็นในที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่ ว่าสามารถดำเนินคดีได้หรือไม่

dFQROr7oWzulq5FZYjcLPK5Ff0QNxM9f3iVkpTZLTMtS8ToITxk5qIKyuiyFIpW8pZU

   ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งบันทึกเรื่อง การบังคับใช้ พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามที่กรมป่าไม้ได้มีหนังสือหารือด่วนที่สุดเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการกรณีที่กรมป่าไม้มอบที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าไม้ถาวรที่เสื่อมสภาพแล้ว

            โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาข้อหารือของกรมป่าไม้แล้วมีความเห็นเกี่ยวกับสถานะที่ดินว่า ยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เนื่องจากพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดขอบเขตของที่ดินที่จะทำการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น ไม่ได้มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติในทันที จนกว่าจะได้มีการส่งมอบพื้นที่ให้แก่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน เพื่อจัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดต่อไป

สำหรับอำนาจหน้าที่ในการดำเนินคดีนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า เนื่องจากที่ดินนั้นยังคงมีสถานะเป็น “ป่า” กรมป่าไม้จึงยังคงมีหน้าที่และอำนาจในการดูแลรักษาที่ดินที่เป็นป่าตามพ.ร.บ. ป่าไม้ ด้วยเหตุนี้ทั้งกรมป่าไม้และ ส.ป.ก. ต่างมีหน้าที่และอำนาจดูแลรักษาที่ดิน ป่าสงวนแห่งชาติในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมร่วมกันตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

157424621866

  จากการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกานั้นชัดเจนว่า ที่ดิน ส.ป.ก. จำนวน 682 ไร่นั้นยังคงเป็น “ป่าสงวนแห่งชาติ” ย่อมทำให้การครอบครองที่ดินดังกล่าวของ น.ส.ปารีณา อาจเป็นการครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ และจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีการดำเนินคดีจาก ส.ป.ก. เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องสถานะของที่ดิน และ ส.ป.ก. ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการเอาผิด

ในขณะที่การดำเนินคดีที่ดินของนายทวี ไกรคุปต์ พ่อ น.ส.ปารีณา ในพื้นที่ หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ หลังจากตรวจสอบพบว่านายทวีบุกรุกพื้นที่รัฐ 1,000 กว่าไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. 600 กว่าไร่ และพื้นที่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ คือพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 17 ไร่ และป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวน 375 ไร่ ยังอยู่ในชั้นตอนการตรวจสอบ รวบรวมหลักฐาน ก่อนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

3E6B13EFC172C56D5359040893326C21

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตีความจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเช่นนี้ ย่อมต้องทำให้ที่ดิน ส.ป.ก. ทั่วประเทศต้องมีการพิจารณาใหม่เกือบทั้งหมด ว่าที่ดิน ส.ป.ก. ใดที่เคยมีสถานะเป็นพื้นที่ “ป่า” และพ้นจากสถานะพื้นที่ “ป่า” ตามกฎหมายแล้วหรือยัง

แต่งานนี้คนที่น่าจะงานเข้ามากที่สุด คงหนีไม่พ้น 2 พ่อลูก ทวี-ปารีณา ไกรคุปต์ แน่ๆ

 

References

https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/119325

https://www.thairath.co.th/news/local/central/1769308

 

Share.

About Author

Comments are closed.