ประเทศไทย ห้ามถาม ห้ามสงสัย ห้ามวิจารณ์!!!

0

แม้จะมีการปล่อยตัวนายพิชัย นริพทะพันธ์ อดีตรมว.พลังงาน นายการุณ โหสกุล อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย และนายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสเครือเนชั่น ซึ่งถูกรัฐบาล คสช. เรียกตัวไปปรับทัศนคติในค่ายทหารจากการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล คสช. แต่สาเหตุจริงๆที่ถูกเรียกตัวไปเข้าค่ายทหารนั้นถือว่ายังไม่ชัดเจน

เพราะหากวิเคราะห์เป็นรายบุคคลนายพิชัย นริพทะพันธ์ นั้นเป็นบุคคลเดียวที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คสช. แบบตรงไปตรงมาที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งก่อนที่จะถูกเรียกตัวนั้นนายพิชัย ได้กล่าวว่าโดยสรุปว่า ลากเวลาการเลือกตั้งออกไป 20 เดือน จะส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจ แนะนำ รธน.ปี 40 มาปรับปรุงแก้ไขใหม่ เร่งเข้าสู่ประชาธิปไตย ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขอ คสช. อย่าได้ถ่วงเวลาอีก

EyWwB5WU57MYnKOuXq3oSWaOPjTC9VYsHALGsUHk5A6jvE7AMTZO4I

121212

อันที่จริงแล้วสิ่งที่นายพิชัยพูด ก็ถือเป็นการพูดเรื่องจริง แม้จะเป็นการวิพากษ์แต่ก็เป็นการวิพากษ์ที่สุจริต รัฐบาล คสช. หากเปิดใจกว้างก็สามารถนำความคิดเห็นเป็นใช้เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาได้ แต่รัฐบาล คสช. กลับมองว่าการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในเชิงลบนั้นไม่สามารถทำได้ อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. เคยกล่าวว่า “ใครที่พูดแล้วสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาล พูดได้ แต่ถ้ามาต่อต้านผมพูดไม่ได้”

580915ประยุทธ์-620x412

ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การพูดวิพากษ์วิจารณ์ภาครัฐในประเทศไทยขณะนี้ไม่สามารถทำได้อย่างสิ้นเชิง ยกเว้นแต่จะพูดเพื่อสนับสนุนรัฐบาล คสช. เท่านั้น!!!

กรณีของนายการุณ ยิ่งน่าสนใจ เพราะ นายการุณนั้นไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลแต่อย่างใด เพียงแต่มีการโพสต์เฟซบุ๊ค แสดงความรักต่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น แต่ก็ถูกเรียกตัวไปปรับทัศนคติเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยในวันนี้หากพูดจาแสดงออกถึงความรักหรือสนับสนุนบุคคลที่เป็นคู่ขัดแย้งกับ คสช. อย่าง ดร.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็อาจจะถูกเรียกตัวไปเข้าค่ายทหารได้เช่นกัน

11998905_1027279020671243_7726194880634103559_n

สำหรับนายประวิตร ผู้สื่อข่าวอาวุโสเครือเนชั่น  แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล คสช. โดยตรง แต่นายประวิตรก็เน้นย้ำหลายครั้งถึงสิทธิสื่อเสรี ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ หรือ Free Press โดยนายประวิตร เคยกล่าวว่า “สื่อที่วิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจมิได้ หาใช่สื่อ หากคือสัตว์เลี้ยงเชื่องๆ” ซึ่งก็เป็นที่รับรู้กันดีว่านายประวิตรนั้นวิพากษ์วิจารณ์การทำงานรัฐบาลแทบทุกรัฐบาล โดยเน้นย้ำเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นสำคัญ

12002811_1697193523835014_5205960168783611223_n

สามารถสรุปได้ชัดเจนจากกรณีการเรียกนายประวิตรไปปรับทัศนคติ ว่ารัฐบาล คสช. นั้นไม่สามารถยอมรับให้สื่อมวลชนทำหน้าที่ได้โดยเสรี โดยเฉพาะการนำเสนอเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน!!!

แม้ทั้ง 3 คนจะได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่ก็ต้องลงนามในเอกสาร ข้อตกลงหยุดการเคลื่อนไหว หรือ แสดงความคิดเห็นใดๆ ที่จะกระทบต่อการทำงานของ คสช. ซึ่งก็คือห้ามวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความเห็นใดใดนั่นเอง ทำไมรัฐบาล คสช. ที่อ้างตัวว่าเข้ามาเพื่อประเทศชาติ ต้องการแก้ไขความขัดแย้ง ปฏิรูปการเมืองเพื่อให้เป็นประชาธิปไตย อีกทั้งมีการนำเสนอข้อมูลผ่านโพลสำนักต่างๆว่าได้รับความนิยมจากประชาชนไทยอย่างท่วมท้น จึงต้องเกรงกลัวต่อการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเพียงนี้???

หรือว่าสิ่งที่ผู้ที่ถูกเรียกตัวไปปรับทัศนคติเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความจริง ที่รัฐบาลทหารไม่อาจยอมรับได้??? หรือว่าเสียงขของผู้คนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหารเป็นเสียงของคนจำนวนมาก ที่ขัดแย้งและไม่ยอมรับรัฐบาลทหาร???!!! แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร แต่สิ่งที่ชัดเจนในวันนี้คือประเทศไทย ห้ามถาม ห้ามสงสัย ห้ามวิจารณ์!!!

Share.

About Author

Comments are closed.