มายา แองเจลู กวีผู้เป็นแรงบันดาลใจแห่งอิสรภาพ

0

มายา แองเจลู เป็นนักเขียน, กวี, อาจารย์ และนักกิจกรรมเพื่อสังคม ผิวสีชาวอเมริกัน มายาเสียชีวิตลงด้วยวัย 86 ปี โดยผลงานส่วนใหญ่ของเธอนั้นเป็นกวีนิพนธ์ และบันทึกความทรงจำ

 

มายา แองเจลู เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 1928 ที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซู่รี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ตลอดชีวิตของเธอนั้น ได้อุทิศให้กับการถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตของตัวเองลงเป็นหนังสือ โดยมายาเขียนอัตถประวัติชีวิตตัวเองไว้ถึงเจ็ดเล่ม เรียงความสามเล่ม และบทกลอนอีกมากมาย นอกจากนี้มายายังแสดงละครและโทรทัศน์และบทละครอีกด้วย มายาได้รับรางวัลเกีรติยศมากมาย รวมถึงได้ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ อีกกว่า30 ใบ

ผลงานที่เป็นโด่งดังที่สุดของเธอคืออัตถะประวัติชีวิตเล่มแรกที่เล่าถึงประสบการณ์ในช่วงชีวิตวัยเด็กและก่อนวัยผู้ใหญ่ของเธอ ชื่อว่า “I know why the cage bird sing” (1969)

มายาเริ่มเขียนหนังสือและกวีภายหลังจากที่ผ่านการทำงานมาหลายอาชีพ ตั้งแต่กุ๊ก โสเภณี ไปจนถึงนักเต้นตามบาร์ จนภายหลังจากการเขียนหนังสือ มายาได้กลายมาเป็นตัวแทนของคนผิวสี โดยเฉพาะผู้หญิงผิวสีในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิ และการต่อต้านการเหยียดผิวเหยียดเพศ

ได้มีการพยายามแบนหนังสือของเธอในหลายๆที่ แต่ในที่สุดหนังสือของเธอก็ยิ่งกลายเป็นที่รู้จักและถูกใช้ในสถานศึกษาในการเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาในหลายๆที่

นอกจากนี้เธอยังเป็นนักร้องและนักแสดงด้วย โดยเล่นหนังทีวีเรื่อง Roots (1977) และภาพยนตร์ Poetic Justice (1993) และ How to Make An American Quilt (1995) ชีวิตของเธอสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมายรวมถึงพิธีกรชื่อดังโอปราห์ วินฟรีย์ ที่เคยเชิญเธอมาร่วมรายการหลายครั้ง

แองเจลูได้รางวัลแกรมมี 3 ครั้ง พูดได้ 6 ภาษา และเป็นกวีคนที่ 2 ของประเทศที่ได้รับเกียรติให้อ่านบทกวีในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดี

 

บทกลอนอันเป็นที่โด่งดังมากที่สุดของมายา แอนเจลู ได้แก่บทกลอนจากหนังสือ “I know why the caged bird sings.”หรือ “ฉันรู้ว่าทำไมนกในกรงจึงร้อง”

A free bird leaps

on the back of the wind

and floats downstream

till the current ends

and dips his wing

in the orange sun rays

and dares to claim the sky.

 

But a bird that stalks

down his narrow cage

can seldom see through

his bars of rage

his wings are clipped and

his feet are tied

so he opens his throat to sing.

 

The caged bird sings

with a fearful trill

of things unknown

but longed for still

and his tune is heard

on the distant hill

for the caged bird

sings of freedom.

 

The free bird thinks of another breeze

and the trade winds soft through the sighing trees

and the fat worms waiting on a dawn-bright lawn

and he names the sky his own

 

But a caged bird stands on the grave of dreams

his shadow shouts on a nightmare scream

his wings are clipped and his feet are tied

so he opens his throat to sing.

 

The caged bird sings

with a fearful trill

of things unknown

but longed for still

and his tune is heard

on the distant hill

for the caged bird

sings of freedom.

 

นกผู้อิสระโผบิน

ตามกระแสลม

และล่องลอยตามน้ำ

จนสุดกระแสธาร

ก่อนจุ่มปีกมัน

ในลำแสงตะวันแสดส้ม

หาญครอบครองฟ้า

 

หากนกตัวหนึ่งที่เดิน

ในกรงแคบๆ

แทบไม่เห็นอะไร

ในกรงแห่งความโกรธเกรี้ยว

ปีกถูกตัดและ

เท้าถูกมัด

มันจึงเปิดปากร้องเพลง

 

นกในกรงร้อง

ด้วยทำนองน่าคร้ามเกรง

ถึงสิ่งสารพันอันไม่เป็นที่รู้จัก

หากเป็นที่ปรารถนา

และท่วงทำนองนั้นได้ยิน

ไปถึงภูผาแสนไกล

เพราะนกในกรง

ร้องเพลงแห่งอิสรภาพ

 

นกอันเป็นอิสระคิดถึงสายลมโชย

และกระแสลมค้าอ่อนพัดผ่านต้นไม้ที่ทอดถอนใจ

คิดถึงหนอนอ้วยที่รออยู่บนสนามหญ้าอาบแสงอรุณ

และได้ถือเอาท้องฟ้าเป็นของมัน

 

หากนกในกรงยืนบนหลุมศพแห่งความฝัน

เงาของมันกู่ก้องเหมือนเสียงหวีดจากฝันร้าย

ปีกถูกตัด เท้าถูกมัด

มันจึงเปิดปากร้องเพลง

 

นกในกรงร้อง

ด้วยทำนองน่าคร้ามเกรง

ถึงสิ่งสารพันอันไม่เป็นที่รู้จัก

หากเป็นที่ปรารถนา

และท่วงทำนองนั้นได้ยิน

ไปถึงภูผาแสนไกล

เพราะนกในกรง

ร้องเพลงแห่งอิสรภาพ

 

(บทกลอนแปลไทยโดยเพจ: เคหาสน์วรรณกรรม)

Share.

About Author

Leave A Reply