Same Sex Marriage : พ.ร.บ. ชีวิตคู่

0

อ

กฎหมายการแต่งงานของเพศเดียวกันเป็นประเด็นการเมืองที่น่าสนใจ อาจเป็นเพราะประชากรเพศทางเลือกมีเพิ่มขึ้น หรือเพราะพวกเขากล้าที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะมากขึ้น ส่งผลให้เรื่องการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันถูกนำเข้าไปถกเถียงในรัฐสภา ว่าจะให้มีกฏหมายรองรับเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ก็มักจะถูกฝ่ายอนุรักษ์นิยม(Conservative) อ้างเหตุผลแบบ”อนุรักษ์นิยม”เพื่อขัดขวางประเด็นดังกล่าว เช่น อ้างว่ากฎหมายนี้อาจทำให้คำจำกัดความของครอบครัวเปลี่ยนไป หรืออ้างว่าผิดกับหลักศาสนาและจารีต เป็นต้น ในขณะที่ฝ่ายเสรีนิยม(Liberal) พยายามที่จะผลักดัน เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับทุกคนในสังคม อย่างไรก็ดี กฎหมายดังกล่าวได้ถูกประกาศใช้ในหลายประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่อย่างน้อยคู่รักเพศทางเลือกจะได้มีสิทธิในทางกฎหมายเท่าเทียมกันกับคู่รักชายหญิงทั่วไป

ส

ตัวอย่างประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อให้เกิดพ.ร.บ. การแต่งงานของเพศเดียวกัน หรือ Same-sex marriage Act ในประเทศอเมริกา เริ่มจากในปี 2539 รัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาและประธานาธิบดี บิล คลินตันได้ผ่านร่างและลงนามในพระราชบัญญัติคุ้มครองการแต่งงาน (Defense of Marriage Act หรือ DOMA) ตามลำดับ แต่ในพ.ร.บ.ดังกล่าวกลับนิยามการสมรสว่าเป็นการผูกพันทางกฎหมายระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “ผู้หญิง” เท่านั้น ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญของประเทศ ต่อมาในปี 2547 ศาลของรัฐแมสซาชูเซตส์ได้ตัดสินให้คู่รักเพศทางเลือกสามารถแต่งงานกันได้ ซึ่งรัฐแมสซาชูเซตส์ได้กลายมาเป็นรัฐแรกของอเมริกา ที่พวกเขาสามารถแต่งงานและจดทะเบียนสมรสได้ ในหลายปีต่อมาบางรัฐก็พยายามผลักดันกฎหมายนี้เช่นเดียวกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายรัฐที่ห้ามไม่ให้มีการแต่งงานของเพศทางเลือกเกิดขึ้น เช่น ในปี 2551 รัฐแคลิฟอร์เนียห้ามไม่ให้มีการแต่งงานดังกล่าวเกิดขึ้นโดยการทำประชามติ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลอนุญาตให้ทำการแต่งงานได้ เป็นต้น

การต่อสู้ดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศอเมริกาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนถูกนำเข้าไปถกเถียงกันในศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุดของทุกรัฐ จนในที่สุด เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2558 ศาลก็ตัดสินเห็นชอบด้วยมติ 5 ต่อ 4 ให้คู่รักเพศทางเลือกสามารถแต่งงานกันได้ ทำให้พวกเขาสามารถแต่งงานกันที่รัฐไหนก็ได้ในอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นอีกก้าวที่สำคัญของประเทศ ที่ทำให้พลเมืองทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน หรือว่าเขาจะรักใครก็ตาม

ย  ท

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ แคนาดา โดยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2005 รัฐบาลกลางของแคนาดาเสนอร่างพ.ร.บ. ให้การแต่งงานของเพศทางเลือกเป็นเรื่องที่ถูกกฏหมาย ซึ่งกลายมาเป็นประเทศ 3 ของโลก ต่อมาในวันที่ 1 กรกฎาคม ปีเดียวกัน ศาลได้ตัดสินให้เพศทางเลือกสามารถแต่งงานได้ใน 8 รัฐและ 1 ดินแดนจากทั้งหมด และในวันที่ 20 กรกฎาคม ของปีนั้นเอง ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ถูกโหวตเป็นครั้งสุดท้ายในสภาสามัญ และถูกบัญญัติเป็นกฏหมาย ผลลัพธ์ของร่างพ.ร.บ.นี้เป็นสัญลักษณ์ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่คู่รักเพศทางเลือกสามารถแต่งงานที่ไหนก็ได้ในประเทศแคนาดา แม้ว่าในปี 2006 ฝ่ายอนุรักษ์นิยมพยายามจะคว่ำกฎหมายการแต่งงานของเพศทางเลือกก็ตาม แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

นอกจากมีพ.ร.บ. ที่ทำให้คู่รักเพศทางเลือกสามารถแต่งงานและได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายเหมือนเพศชาย-หญิงแล้ว พวกเขายังสร้างหมู่บ้านเกย์(Gay Village) บนถนนเส้น Church ในเมือง Toronto อีกทั้งในทุกๆปีจะมีการเดินขบวน Gay Pride Parade ซึ่งเป็นขบวนพาเหรด เพื่อรณรงค์ให้เกิดความเท่าเทียมกันของทุกเพศ ยอมรับและเข้าใจกัน อีกทั้งยังสนับสนุนให้เหล่าเพศทางเลือกเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะ สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เส้นแบ่งความไม่เท่ากันทางเพศเริ่มจางลงและค่อยๆหายไป นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลายๆคนจึงบอกว่าประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับเพศทางเลือกมากที่สุดในโลก

ห

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ถือว่าเป็นอีกประเทศที่ค่อนข้างจะยอมรับในเพศทางเลือกพอสมควร กอปรกับในปัจจุบันคนเริ่มตื่นตัวทางการเมือง และเริ่มตระหนักถึงสิทธิของตัวเองมากขึ้น จึงมีความพยายามที่จะผลักดันพ.ร.บ.ชีวิตคู่ และพยายามเสนอตัวร่างกฎหมายเพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วส่งกลับมาให้รัฐสภาเป็นผู้เห็นชอบ แต่กระแสดังกล่าวก็หายไปเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม ถ้าประเทศไทยสามารถผลักดันให้พ.ร.บ. ชีวิตคู่เกิดขึ้นได้ ประเทศไทยก็จะกลายมาเป็นประเทศแรกในเอเชียที่สามารถให้คู่รักเพศทางเลือกสามารถแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันได้

หลายคนอาจมองว่าไม่มีความจำเป็นที่คู่รักจะต้องมาแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกัน แค่รักกันด้วยใจก็พอ แต่ในทางกฎหมาย คู่รักเพศทางเลือกกำลังถูกริดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานไปโดยไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่จดทะเบียนสมรสกันสามารถใช้ขอลดหย่อนภาษีได้ ในกรณีที่สร้างทรัพย์สินมาด้วยกันคู่สมรสที่จดทะเบียนสามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือสามารถขอกู้ร่วมกันได้ ฯลฯ เป็นต้น ถ้ายังไม่มีกฎหมายที่ออกมารองรับให้กับกลุ่มคนเพศทางเลือกเหล่านี้ พวกเขาก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ที่พวกเขาพึงได้รับเช่นเดียวกับพลเมืองทั่วไปของรัฐ และนั่นก็ชี้ให้เห็นว่าความเท่าเทียมกันในสังคมยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ถ้าเส้นทางที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้าคือการก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ สังคมไทยควรก้าวข้ามไปมากกว่าการเปิดใจยอมรับเพศทางเลือก และพ.ร.บ.ชีวิตคู่ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ละเลยไปไม่ได้ แม้ว่าการจดทะเบียนสมรสอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คู่รักทั้งชายหญิงหรือเพศทางเลือกต้องการ แต่การจดทะเบียนสมรสนั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พลเมืองทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศใดควรได้รับอย่างเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พื้นฐานความเป็นประชาธิปไตยของประเทศแข็งแรงขึ้นด้วยเช่นกัน

 

 

อ้างอิง

http://mapleleafweb.com/features/same-sex-marriage-canada

http://www.cbc.ca/news/canada/timeline-same-sex-rights-in-canada-1.1147516

http://theweek.com/articles/465579/13-countries-where-gay-marriage-legal-updated

http://www.pewforum.org/2015/06/01/gay-marriage-around-the-world-2013/

http://www.lawconnection.ca/content/same-sex-marriage-backgrounder

http://news.voicetv.co.th/world/63187.html

http://news.voicetv.co.th/world/70948.html

http://www.religioustolerance.org/hom_marb.htm

http://www.ilaw.or.th/node/1821?tok=395333398

http://www.siamintelligence.com/multicolored-politics-on-election-war-in-america/

http://www.bbc.com/news/world-us-canada-21943292

Share.

About Author

Comments are closed.