ไทยครองแชมป์ดัชนีก่อการร้ายอาเซียน!!! รั้งอันดับ 10 ของโลก!!!

0

 

รายงานนี้คนไทยรับทราบแล้วอาจจะตกใจ เนื่องจากสำหรับประเทศไทยแล้วการก่อการร้ายดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว เนื่องจากเรามักคุ้นชินกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการก่อการร้ายในพื้นที่จำกัด และไม่เคยมีปฏิบัติการนอกพื้นที่เท่าใดนัก

อย่างไรก็ตามรายงานดัชนีการก่อการร้าย หรือ The Global Terrorism Index (GTI) ซึ่งเป็นรายงานการจัดอันดับการก่อการร้ายในประเทศต่างๆ ของสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ หรือ The Institute for Economics and Peace (IEP) เปิดเผยว่าในปี 2558 ประเทศไทยมีดัชนีการก่อการร้ายอยู่ในอันดับที่ 10 ของโลก และเป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียน

unnamed

โดยการจัดอันดับนี้มีการชี้วัดจากข้อมูลการก่อการร้ายในแต่ละปี ทั้งจำนวนการก่อการร้าย ความสูญเสียทางชีวิต และทรัพย์สิน

รายงานดัชนีก่อการร้ายในปี 2558 ระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนการก่อการร้ายมากที่สุดในปี 2557 โดยมีจำนวนการก่อการร้ายเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2556 ถึง 16% ในขณะที่ปีที่มีความสูญเสียชีวิตจากการก่อการร้ายมากที่สุดคือปี 2552 ด้วยจำนวนการเสียชีวิตทั้งปีถึง 255 คน

ทั้งนี้ในปี 2558 ประเทศไทยมีจำนวนการก่อการร้ายทั้งสิ้น 366 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 156 คน บาดเจ็บ 582 คน ทรัพย์สินเสียหาย 654 แห่ง โดยมูลเหตุของการก่อการร้ายในประเทศไทยมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทย กับกลุ่มมุสลิมแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปี 2558 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 5,000 คน บาดเจ็บมากกว่า 10,000 คน

unnamed (2)

การก่อการร้ายในประเทศไทยมีการจำกัดพื้นที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลัก แต่รายงานปฏิบัติการก่อการร้ายในประเทศไทยนั้นมีพื้นที่ 18 จังหวัดจาก 76 จังหวัดของประเทศไทย โดยในปี 2558 การก่อการร้ายที่มีการสูญเสียชีวิตประชาชนมากที่สุดคือ การก่อการร้ายที่ศาลพระพรหม แยกเอราวัณ ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากถึง 20 ราย

unnamed (3)

นอกจากนี้ในรายงานดังกล่าวยังระบุว่า การก่อการร้ายในประเทศไทย 60% เป็นการใช้วัตถุระเบิด 28% เป็นการใช้อาวุธสงคราม เป้าหมายที่ถูกก่อการร้ายมากที่สุดคือ ประชาชนทั่วไป 39% รองลงมาคือ ตำรวจทหาร และภาคธุรกิจ 30%

unnamed (4)

จากข้อมูลของรายงานฉบับนี้ จะเห็นได้ว่าภัยของการก่อการร้ายในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะแม้ในความรู้สึกของคนไทย อาจจะมองว่าการก่อการร้ายนั้นน่าจะจำกัดพื้นที่อยู่ในเขต 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่เหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัด ในช่วงไม่กี่วันนี้ น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าการก่อการร้ายนั้นไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงพื้นที่ 3 จังหวัดอีกแล้ว

ที่สำคัญคือ การก่อเหตุระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัดนี้ ต้องอาศัยเครือข่าย การเตรียมการ และการวางแผนมาเป็นอย่างดี เพราะสามารถปฏิบัติการได้สำเร็จ โดยที่รัฐบาล ไม่สามารถป้องกันได้ นี่จึงนำไปสู่สิ่งรัฐบาล ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยข่าวกรองของไทย ต้องถามตัวเองว่า มีความพร้อมในการป้องกันการก่อการร้ายมากน้อยแค่ไหน!!!

 

Reference

http://economicsandpeace.org/wp-content/uploads/2015/11/Global-Terrorism-Index-2015.pdf

 

Share.

About Author

Comments are closed.